สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:09PM
  พอดีว่าเป็นคนชอบสัตว์อยู่แล้ว และยิ่งได้มาเลี้ยงสุนัขนั้นก็จะยิ่งรักและห่วง
เขามากขึ้น บางแก้วถือเป็นสุนัขที่คิดอยากเลี้ยงมานานแล้ว พอได้เลี้ยงเขา
แล้วก็ยิ่งทำให้ทั้งรัก ทั้งหลง ความน่ารักของเขา ก็เลยพยายามหาสาระน่ารู้
เกี่ยวกับน้องหมาเพื่อนำมาปฏิบัติต่อเขาให้เขามีความสุข และสุขภาพดีตลอด
ไป ก็เลยอยากนำมาฝากเพื่อน ๆ พี่ ๆ เผื่อเป็นแนวทางในการนำไปปฏิับัติต่อ
เขาค่ะ


แปลงฟันให้สุนัข
การแปลงฟันให้สุนัขนั้น เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อช่วยป้องกันฟันผุ โรคเหงือกต่างๆ การติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจส่งผลต่อตับ ไต และ หัวใจ
ได้
ให้ใช้แปลงสำหรับสุนัข หรือแปลงของเด็ก ที่อ่อนนุ่มนะครับ ขนาดพอเหมาะ ไม่ใหญ่ หรือเล็กจนเกินไป (อาจใช้ผ้ากอดพันที่นิ้วแทนก็ได้) ยาสีฟัน ต้องเป็นยาสีฟันสำหรับสุนัขเท่านั้นนะครับ ยาสีฟันของคน แม้จะเป็นสำหรับเด็กก็ไม่ได้เช่นกัน มันจะเป็นอันตรายต่อสุนัขได้
การแปลงใช้นิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้ข้างซ้าย ทำเป็นรูปตัว V จับบริเวณริมฝีปากสุนัขยกขึ้น ให้แปลงฟันและเหงือกเป็นวงกลมให้ทั่วปาก และแปลงขึ้นลง แล้วล้างปาก
หากสุนัขไม่เคยแปลงเลย ยังไงก็ไม่ยอม ให้ฝึกนวดเหงือกก่อน ใช้นิ้วชี้นวดเหงือกสุนัขเป็นวงกลม ให้ทั่วปาก เช้า เย็น 2 อาทิตย์ จนสุนัขเคยชิน และจะยอมให้แปลงเองครับ

ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:11PM
  เรื่องของ เห็บ สุนัข และวิธีกำจัด เห็บหมา
เรื่องของ เห็บ สุนัข และวิธีกำจัด

เห็บหมา เป็นสัตว์แปดขา มีหัว กับส่วนท้อง จะต่างจากแมลงที่มีส่วนกลางด้วย แล้วแมลงมี 6 ขา
เห็บหมาก็กินเลือดหมาเป็นอาหาร เลือดคนหรือเลือดแมวก็กินได้ แต่มันกินเลือดอื่นที่ไม่ใช่เลือดหมา
แล้วมันจะ ท้องขึ้น ย่อยลำบาก เอาไปเลี้ยงลูกในท้องก็ไม่ได้ มันจึงพยายามกินแต่เลือดหมาเท่านั้น
ตอนมันกินเลือดจนอ้วนเป็นรถถังสัตวแพทย์บอกว่าอย่าไปบี้ให้เลือดมันออก เพราะเลือดมัน
มีไข่เต็มไปหมด ถ้าเลือดที่ตกค้างอยู่ตามพื้นก็จะกลายเป็นตัวอ่อนได้หมด
เวลามันกินเลือดหมาจนอิ่มแล้ว มันจะต้องไปพักย่อยอาหารโดยทิ้งตัวให้ร่วงจากหมา
แล้วคลานขึ้นที่สูงหาที่ออกไข่ พยายามมองดูตามมุมบ้านเหนือบริเวณที่หมานอนอยู่
จะเห็นเห็บไปฟักไข่อยู่แถวนั้น
ถ้าหมามีที่วิ่งมาก ๆ เห็บจะไม่มากเท่าไร ถ้าหมาถูกขังกรง เห็บจะแยะมาก เพราะเห็บใหม่จะกลับมาเกาะได้ง่ายมาก
ต้องหมั่นทำความสะอาดกรงอาจช่วยได้ หายามาฉีด ให้ใช้เมล็ดน้อยหน่าบดละลายแอลกอฮอล์ ฉีดพ่นที่ตัวหมา
และสถานที่ชื้นในบ้าน แป้งที่เขาเอาไว้ใส่ให้หมาก็ช่วยได้ หมั่นอาบน้ำให้มัน ดูตามซอกเล็บ คอ ในรูหู
ถ้าเก็บออกให้มันได้ก็จะช่วยได้แยะ

ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:12PM
  คำนวณ อายุ สุนัขเทียบกับคน

วิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ ได้คำนวณอายุสุนัขดังนี้
1ปีของอายุสุนัขจะมีอายุเท่ากับคน 10ปี 5เดือน ในช่วง2ขวบแรก
ปีถัดมา ทุกๆ 1ปีของอายุสุนัข ถ้าแปลงเป็นอายุคนจะเพิ่ม 4ปี

ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:13PM
  การจัดอันดับความฉลาดในการฝึกสอน ของสุนัขสายพันธุ์ต่างๆ
การจัดอันดับความฉลาดในการฝึกสอน ของสุนัขสายพันธุ์ต่างๆ เป็นการวัดความฉลาดในการฝึกสอน คือวัดจากสุนัขที่สามารถทำตามคำสั่ง และเรียนรู้คำสั่งหลังจากที่ได้รับการฝึกเป็นจำนวนกี่ครั้ง

สายพันธุ์ที่ได้อันดับสูงสุด 10 อันดับแรกคือ
(เข้าใจคำสั่งภายใน 5ครั้ง และทำตามในครั้งแรกที่สั่งเกิน 95%)
1.บอร์เดอร์ คอลลี่
2.พูลเดิ้ล
3.เยอรมัน เชพเพิร์ด
4.โกลเด้น รีทรีฟเวอร์
5.โดเบอร์แมน ฟินเซอร์
6.เชทแลนด์ ชิพด็อก
7.ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์
8.ปาปิยอง
9.ร็อตไวเลอร์
10.ออสเตรเลี่ยนแคทเทิ้ลด็อก

ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:15PM
  สายพันธุ์ที่ได้อันดับสูงสุด 10 อันดับสุดท้ายคือ
(เข้าใจคำสั่งภายใน 80-100 ครั้ง และทำตามในครั้งแรกที่สั่งเกิน 25%)
70.ชิห์สุ
71.บาสเซ็ทฮาวน์
72.มาสติฟ และบีเกิ้ล
73.ปักกิ่ง
74.บลัดฮาวน์
75.บอร์ชอย
76.เชา เชา
77.บูลด็อก
78.บาเซ็นจิ
79.อาฟกันฮาวน์

ที่นี้ก็ภูมิใจกันได้เลยว่า บางแก้ว ของเรา ไม่ติด 1 ใน 10 อันดับสุดท้ายของ
น้องหมาที่รับคำสั่งได้ช้ามาก
ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:18PM
 
ใบเพดดีกรี(PEDIGREE)
ใบเพดดีกรีที่ออกโดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข(แห่งประเทศไทย) หรือ THE KENNEL CLUB OF THAILAND จะมี 2 ใบคือ ใบขนาดกระดาษเอ 4 และขนาดเท่าสมุดเช็ค โดยแบบแรกจะเป็นการลำดับญาติสุนัข ระบุประวัติและสายพันธุ์ของพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ส่วนใบเล็ก เป็นใบเกิดของสุนัขที่ระบุชื่อ และวัน เดือน ปีเกิด

"การขอใบเพดดีกรีได้พ่อแม่ของลูกสุนัขจะต้องมีใบเพดดีกรีด้วย เพื่อรับรองและยืนยันได้ว่า เป็นสายพันธุ์ที่ถูกต้อง หากไม่มีใบรับรองสายพันธุ์ สมาคมก็ไม่สามารถออกใบเพดดีกรีให้ลูกสุนัขได้"

ใบเพดดีกรีที่สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขแห่งประเทศไทยออกให้ พื้นหลังต้องมีอักษรย่อ "KCT" และมุมขวาล่าง ต้องมีตราประทับของสมาคมและลายเซ็นของนายกสมาคมกำกับทุกใบ ซึ่งการขอใบรับรองพันธุ์สุนัขจะเสียค่าธรรมเนียมแจ้งเกิด หรือที่เรียกว่า ใบโอนสุนัข 150 บาท และค่าใบเพดดีกรีอีก 100 บาท เมื่อสุนัขมีใบเพดดีกรีก็สามารถส่งประกวดหรือเป็นพ่อแม่พันธุ์ได้


ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:20PM
 
อีกแบบนึง
ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:22PM
  สุนัขหน้าซืดเป็นลม
สุนัขอายุ 2-3 เดือน ถ้าไม่ได้รับอาหารนานนานๆ จะเป็นลมได้ ...ที่เคยเลี้ยงมาคือชิวาวา และปอมครับ พวกนี้ให้อาหารเช้าเย็น ดูแล้วว่าคงไม่พอครับ ต้อง ประมาณ 3 ครั้ง ยิ่งน่าห่วงสำหรับบ้านที่ไม่มีใครอยู่ดูแลตอนกลางวัน ดังนั้นถ้ามีสุนัข 2-3 เดือน ควรเตรียมน้ำหวานเช่น เฮลบูลบอย เตรียมใส่ตู้ไว้ได้เลย พร้อมกระบอกฉีดยา สมมุติว่าเราให้อาหารตอนเช้าแล้ว ตอนกลางวันไปทำงาน กลับมาตอนเย็นๆ แล้วพบสุนัขนอนเป็นลม เหงือกซีด หน้าซีดนอน สลบอยู่ ให้ผสมน้ำ เฮลบูลบอย กับน้ำ แล้วใช้กระบอกฉีดยาฉีดเข้าไปที่ด้านข้างของปากตรงมุมปาก ค่อยๆฉีด ยกหัวสุนัขขึ้นเล็กน้อย สังเกตุว่าสุนัขกลืนได้เองหรือไม่ ถ้าไม่กลืน ให้ยกหัวสุนัขขึ้นเล็กน้อย พอฉีดน้ำ เฮลบูลบอย เข้าปากสุนัขแล้วใช้มือปิดไว้ไม่ให้น้ำออก ใช้มือลูบบริเวณลำคอ ลูบขึ้นไปด้านบน เฉียงไปด้านหลัง ทำซ้ำไปเรื่อยๆ เพื่อกระตุ้นให้สุนัขกลืน (ตอนที่จะให้กลืนให้สุนัขก้มหัวลงเล็กน้อย ถ้าเงยหน้ามาก หรือก้มหน้ามาก ก็จะกลืนยาก ...ไม่เชื่อท่านก็ลองก้มหน้ามากๆ หรือเงยหน้ามากๆแล้วกลืนน้ำลายซิครับ...อิอิ.. )
ให้ฉีดไปประมาณ 5 หลอดครับ เสร็จแล้วรอดูอาการก่อน ประมาณ 5-10 นาทีครับ สุนัขจะเริ่มฟื้น สีเหงือกเริ่มแดงขึ้น ทีนี้ลองหาอาหารให้กินนิดหน่อยครับ ประมาณ 30-60 นาทีสุนัขก็จะเกือบปกติ

สุนัขโตก็เป็นลมได้เช่นกันครับ ที่เจอมา เพราะมันชอบกินอาหารคน พอให้อาหารสุนัขมันจะไม่ยอมกิน หรือกิน ปริมาณที่ได้อาจไม่พอครับ ซึ่งอาจทำให้มันเป็นลมได้ ก็เป็นลม น้ำลายมันจะไหล (ทีแรกนึกว่าไปกินอะไรที่มีพิษมา) เดินเซ เสียศูนย์ เปิดดูเหงือกจะซีด ตาเปิดดูตรงที่เคยแดงอมชมพู จะซีดๆ ให้รีบนำอาหารมาให้มันกิน ถ้าไม่กินก็ฉีดน้ำเฮลบูลบอย ให้มัน รอซักพักก็จะปกติ สุนัขโตจะฟื้นเร็วครับ

ปล.สำหรับคนที่เริ่มเลี้ยงอย่าให้อาหารคนให้มันกิน มันจะเสียนิสัย ไม่ยอมกินอาหารสุนัข ต่อไปเราจะต้องลำบากหาอาหารให้มันได้ครับ

ขอยืมของคนอื่นเขามา เห็นว่าได้ความรู้ดีค่ะ
ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย คุณากร พัฒนากิจไพฑูรย์ - Tuesday, 3 February 2009, 12:28PM
  ผมขออนุญาติขอบคุณแทนชาวชุมชนคนรักบางแก้วทุกท่าน ที่ท่านได้มอบความรู้ต่างลงในเวป และผมอย่ากให้ท่านแนะนำความรู้ใหม่ๆมาลงอีกครับ กรุณาเสริมคำตลกอ่านแล้วไม่เป็นหลักวิชาเกินไปคืออ่านแล้วไม่เบื่อกลับมาอ่านซ้ำได้บ่อยๆ สอดแทรงนิทานเสริมความรู้ได้ยิ่งดีครับ ผมจะคอยอ่านผลงานของท่านในคราวต่อๆไป  สวัสดีครับ อึ้งย้ง โคราช
ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:26PM
  สาเหตุหมาขนร่วง
โรคผิวหนังในสุนัขเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่
1.เชื้อแบคทีเรียทั่วไปจะทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนองที่ผิวหนัง
สุนัขมักจะเจ็บ คันบริเวณที่เป็น อาจจะมีการกระจายเป็นวงกว้าง
แต่ส่วนใหญ่มักจะมีหนองคลุม หรือเป็นแผลมีหนองร่วมด้วย
2.เชื้อรา มักจะมีขนร่วงเป็นวงๆ ผิวหนังตรงกลางเรียบส่วนขอบๆ
ของรอยโรคจะขรุขระ แดงเป็นตุ่มๆ คันมาก บางครั้งอาจจะร่วมกับการมีสะเก็ดแห้งๆกระจายอยู่ทั่วตัว ส่วนเชื้อราจำพวกยีสต์จะทำให้ผิวหนังมีไขมันคลุมอยู่ขนร่วง คัน ผิวแดง มีกลิ่นสาปจะพบบ่อยในสุนัขพันธุ์คอกเกอร์
3.กลุ่มปรสิตที่อยุ่ในรูขุมขน และ ที่อยู่บนผิวหนัง พวกอยู่ในรูขุมขนจะทำให้ขนร่วง ผิวหนังเป็นตุ่มแดงๆ ผิวแห้งๆ ไม่ค่อยคันมาก แต่ชนิดที่อยู่บนผิวหนังจะมีตุ่ม สะเก็ดแฉะๆ คัน เก่ามาก มักพบตามขอบใบหู ตามตัว แยกได้โดยการขูดผิวหนังไปตรวจหาตัวปรสิตดังกล่าว
4.เกี่ยวกับอาหารที่สุนัขได้รับ ไม่เพียงพอต่อความต้องการหรือ
ได้อาหารที่ไม่มีคุณค่าก่อให้เกิดปัญหาโรคผิวหนังได้เช่นกันทำให้ขนร่วง คันที่ผิวเกา จนเป็นแผลได้ หรืออีกกรณีคือการแพ้อาหารบางอย่างเช่นเนื้อวัว ก็ตอ้งมีการเปลี่ยนสูตรอาหารใหม่
5.้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัย เช่นมีการต่อเติมบ้าน มีเศษของปูนซีเมนต์ที่อาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้ได้มาก ผิวจะแดงขนร่วง
หรือมีเห็บหมัดมาก ไม่ค่อยได้อาบน้ำ ก็ทำให้มีอาการของโรคผิวหนังได้

อันนี้ไม่รวมในกรณีน้องหมาผลัดขนนะคะ
ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:27PM
  การรักษาหมาขนร่วง
การรักษา ต้องวินิจฉัยให้ได้ก่อนว่าโรคผิวหนังที่ว่าเกิดจากสาเหตุอะไรแล้วทำการแก้ไขตามสาเหตุนั้นๆ
เช่น ถ้าติดเชื้อแบคทีเรียต้องให้ยาต้านเชื้อแบคทีเรียร่วมกับยาลดการอักเสบและคันที่ผิวหนัง
ถ้าเป็นเชื้อราก็ใช้กลุ่มยาต้านเชื้อรา เช่น ไนโซรอลแชมพู อาบให้สัปดาห์ละครั้งต่อกัน 4-8 สัปดาห์
แนวทางและวิธีการรักษา มักจะขึ้นกับสัตวแพทย์ผู้ทำการวินิจฉัยโรค
เพราะโรคผิวหนังส่วนใหญ่ อาการจะออกมาในรูปแบบเดียวกัน
คือ คัน เกา ขนร่วง ผิวหนังแดง บางครั้งสัตวแพทย์อาจจะต้องทำการทดลองรักษา เพื่อดูการตอบสนองของสัตว์ตัวนั้นๆว่าตอบสนองต่อการรักษาหรือไม่ การหายของโรค มักจะต้องอาศัย การวินิจฉัย
ที่ถูกต้อง ร่วมกับการร่วมมือของเจ้าของ ในการให้ยา และอาบน้ำ
ตามกำหนด แต่จำไว้เสมอว่า การเป็นโรคผิวหนังของสุนัข จะไม่หาย ในการฉีดยาเพียงเข็มเดียว....โชคดีค่ะ
ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:28PM
  สุนัขป่วย
จะรู้ได้อย่างไรว่าสุนัขของคุณป่วย..?

** 1. สังเกตจมูก จมูกแห้งไม่ชุ่มชื่น การหายใจลำบาก

2. สังเกตตาของสุนัข เช่น ขี้ตาเกรอะกรัง หรือตาขุ่นมัว

ตาสองข้างขนาดไม่สมดุลกัน

3. สังเกตหู เช่นมีกลิ่นเหม็น ขีหูเกรอะกรัง สะบัดหัวบ่อยครั้ง

4. ช่องปาก เช่นมีกลิ่นปากที่เหม็น หินปูนเกาะที่ฟัน เหงือกบวมแดง ฟันผุ ฟันหัก

5. ระบบทางเดินอาหาร มีการอาเจียน ท้องเสีย ถ่ายอุจาระลำบาก

6. ระบบขับถ่ายปัสสาวะ มีการขับปัสสาวะมีเลือดปน

ปัสสาวะบ่อยเกินไป กระปิด กระปรอย

7. ผิวหนังและขน เช่น ขนร่วง มีตุ่มหนองตามผิวหนัง ขนแห้งหยาบกระด้าง

8. ระบบโครงสร้างร่างกาย เช่น การเดินผิดปกติ การไม่สมดุลของขา
ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:30PM
  โรคลำไส้อักเสบ หรือการติดเชื้อพาโวไวรัส
อาการเริ่มแรกของสุนัขที่ติดเชื้อพาโวไวรัสคือ ซึม เบื่ออาหาร อาเจียนและท้องเสีย อย่างรุนแรง อุณหภูมิของร่างกายอาจจะสูงขึ้น อุณหภูมิของร่างกายที่วัดจากทวารหนักของสุนัข มีค่าประมาณ 101º - 102ºF อาการป่วยดังกล่าวมักจะปรากฎขึ้นภายหลังจากที่สุนัขได้รับเชื้อ ไวรัสได้ประมาณ 5-7 วัน ในระยะแรกของการติดเชื้อ(แสดงอาการแล้ว) อุจจาระของสุนัขจะมีลักษณะเหลวมีสีออกเทา หรือเหลืองเทา ในบางครั้งอาการแรกเริ่มสุนัขอาจจะถ่ายเหลวโดยมีเลือดปนออกมาได้
เมื่อสุนัขมีการถ่ายเหลว หรืออาเจียนอย่างรุนแรง ทำให้สุนัขสูญเสียน้ำและเกลือแร่ออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว สุนัขป่วยบางตัวจะมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรงและถ่ายอุจจาระเป็นน้ำสีน้ำตาลจนถึงสีแดง(มีเลือดปน)พุ่งจนตายได้ ในสุนัขบางตัวอุจจาระอาจจะมีลักษณะเหลวเท่านั้นและสามารถฟื้นตัวจากการป่วยได้ อาการป่วยมักพบว่า ลูกสุนัขจะแสดงอาการป่วยรุนแรงกว่าสุนัขโต
สุนัขมักจะตายภายใน 48-72 ชั่วโมงหลังจากที่เริ่มแสดงอาการ ลูกสุนัขมักจะตายด้วยภาวะช๊อค โดยมักจะเกิดขึ้นหลังการติดเชื้อประมาณ 1-2 วัน
การรักษาการโรคติดเชื้อพาโวไวรัสควรเริ่มทันทีเมื่อวินิจฉัยว่าสัตว์แสดงอาการป่วย โดยเริ่มจากการให้สารน้ำเพื่อทดแทนภาวะการสูญเสียของเหลวและเกลือแร่ของร่างกาย ควบคุมอาการอาเจียนและท้องเสียของสุนัขป่วยและป้องการติดเชื้อแทรกซ้อนด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ

การป้องกันโรคลำไส้อักเสบติดต่อในสุนัข
การป้องกันโรคลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อพาโวไวรัสสามารถทำได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกัน โดยปกติในลูกสุนัขมักจะเริ่มต้นฉีดเมื่ออายุประมาณ 6-8 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะฉีดวัคซีนกระตุ้นอีกครั้งที่อายุประมาร 10-12 สัปดาห์(ห่างจากครั้งแรกประมาณ 1 เดือน) เพื่อให้มีระดับภูมิคุ้มกันสูงเพียงพอสำหรับการป้องกันโรค วัคซีนป้องกันโรคนี้มีทั้งแบบที่แยกเป็นวัคซีนชนิดนี้เพียงอย่างเดียว หรือรวมอยู่กับวัคซีนชนิดอื่น เช่น ไข้หัด ตับอักเสบ เลปโตสไปโรซิส หวัด เป็นต้น ซึ่งเรียกวัคซีนประเภทนี้ว่า วัคซีนรวม หลังจากนั้นจึงฉีดวัคซีนประจำทุกปี ซึ่งควรสอบถามสัตวแพทย์ถึงโปรแกรมการฉีดในลำดับต่อไปด้วย

กรณีที่สุนัขที่เลี้ยงเกิดป่วยติดเชื้อพาโวไวรัส ต้องทำความสะอาดบริเวณกรง หรือคอก หรือที่อยู่ของสุนัขป่วย เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ด้วยยาฆ่าเชื้อ พวกสารละลายโซเดียมไฮโดรคลอไรต์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของยาฆ่าเชื้อที่มีใช้อยู่ในบ้าน อยู่แล้ว(ยาทำความห้องน้ำ ครัว) อย่าลืมว่าเชื้อพาโวไวรัสนี้สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในสิ่งแวดล้อมได้เวลานานเป็นเดือนๆ

เจ้าของสุนัขควรป้องกันไม่ให้สุนัขไปสัมผัสกับสิ่งขับถ่ายของสุนัขอื่นๆ เมื่อนำมันออกไปนอกบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือนควรระมัดระวังอย่างยิ่ง สิ่งปฏิกูล หรือสิ่งขับถ่ายของสุนัขควรกำจัดทิ้งให้เร็วที่สุดไม่ควรกัก หมักหมมไว้ ถ้าเป็นไปได้ควรตรวจสอบดูสิ่งขับถ่ายของสุนัขข้างบ้านด้วย และควรแนะนำให้ปฏิบัติตาม สุนัขจะได้ปลอดภัยไม่นำเชื้อมาให้กันและกัน

ถ้าไม่แน่ใจว่าสุนัขของเรากำลังจะป่วยด้วยการติดเชื้อพาโวไวรัส หรือโรคลำไส้อักเสบหรือไม่ ควร ปรึกษาสัตวแพทย์ การลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อพาโวไวรัสที่ดีที่สุดคือป้องกันสุนัขไม่ให้ไปสัมผัสกับสุนัขอื่นๆ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการแพร่ระบาดของโรคนี้

ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:39PM
  บทความพิเศษ
ทำไมสุนัขและแมวจึงหาทางกลับบ้านเองได้
Homing Behavior in Dogs and Cats
สนับสนุนบทความโดย โรงพยาบาลสัตว์ เอ็น.พี.


นิยายเรื่องสุนัขและแมวที่หลงหาทางกลับบ้านเองได้ทั้งที่อยู่ห่างไกลเป็นพันกิโลเมตร คิดว่าท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินมาบ้างไม่มากก็น้อย เรามักตั้งคำถามว่าสัตว์เหล่านนี้ทำได้อย่างไร แล้วมันทำได้จริงหรือ ถึงแม้นิยายเรื่องการหาทางกลับบ้านของสัตว์เหล่านี้จะถูกเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ความสำเร็จของมันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด สัตว์บางตัวอาจจะโชคดีที่ไปถูกทางที่จะไปบ้าน เพราะทิศที่จะเดินทางกลับบ้านมีแค่ 4 ทิศ คือ เหนือ, ไต้, ตะวันออก และตะวันตก ถ้าโชคดีเลือกถูกทางกึงบ้าน และบางทีแมวตัวที่กลับมาบ้าอาจไม่ใช่แมวตัวที่หายไป จริง ๆ แล้วสุนัขและแมวมีความสามารถในการคิดแผนที่ภายใต้จิตสำนึกของมัน

นกเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่สามารถนำตัวเองไปสู่เป้าหมายที่กำหนดได้ และการศึกษาวิธีการที่นกใช้ในการนำทางกลับบ้านก็มีการศึกษามาต่อเนื่องยาวนานหลายปี และคำตอบอยู่ในสมมติฐานข้างล่างนี้ ตรวจสอบภูมิประเทศโดยตรง เรียนรู้ หรือ จดจำ แผนที่ทางภูมิศาสตร์ สำรวจมุมและตำแหน่งของดวงอาทิตย์ (และบางทีอาจเป็นสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์) นำทางโดยอาศัยสนามแม่เหล็กโลก (โดยอาศัยความสามารถพิเศษในการรับรู้คลื่นแม่เหล็กที่อ่อนมาก ๆ โดยอาศัยตัวรับที่ผิวหนังบริเวณจะงอยปาก)


สุนัขและแมวสามารถหาทางกลับบ้านเองได้หรือไม่ คำตอบคือถ้าที่ห่างไกลนั้นเป็นที่ที่สุนัขและแมวคุ้นเคยอยู่ สัตว์หาทางกลับบ้านเองได้แน่นอน เพราะสุนัขและแมวมักไปเที่ยวไกล ๆ แล้วกลับบ้านเอง แต่ถ้าทิ้งสัตว์ไว้ในที่ ๆ ไม่คุ้นเคยและไกลมาก ๆ มันจะหาทางกลับบ้านเองได้หรือไม่

มีการศึกษาเรื่องการหาทางกลับบ้านของสัตว์เลี้ยง โดยนักจิตวิทยาชาวอังกฤษ วัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อค้นคว้าขบวนการทางจิต ที่อาจซ่อนอยู่ในการหาทางกลับบ้านของสัตว์เลี้ยงเมื่อหลงทางไปในที่ไกล ๆ ผลการศึกษาออกมาว่าสุนัขสามารถหาทางกลับบ้านเองได้ แต่วิธีการที่สุนัขใช้ยังไม่สามารถอธิบายได้ เนื่องจากผลการศึกษาอาจละเว้นข้อเท็จจริงบางอย่างโดยไม่พูดถึงในงานวิจัย เช่น เขารู้ได้อย่างไรว่าสุนัขไม่เคยไปในจุดเริ่มต้นปล่อยสุนัขมาก่อน สุนัขจดจำเส้นทางได้โดยสุนัขไม่ได้ถูกปิดตาหรือจำกัดให้อยู่ในที่ที่ไม่สามารถมองเห็นเส้นทางได้หรือเปล่า หรือให้สุนัขจดจำเส้นทางโดยการดมกลิ่นหรือฟังเสียง สุนัขถูกปล่อยให้หาทางกลับโดยปล่อยจากจุดใกล้แล้วค่อยปล่อยไกลออกไปเรื่อย ๆ หรือไม่ ฯลฯ

การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ทุกสิ่งจะต้องสามารถอธิบายได้และต้องชัดเจน ต้องอธิบายได้ว่าสัตว์จดจำแผนที่ไว้ในสมองได้อย่างไร สันชาติญาณป่าเป็นแรงผลักดันให้สัตว์หาทางกลับบ้านและอาหาร สุนัขที่หลงทางหากหาทางกลับบ้านไม่ได้ก็เท่ากับสุนัขอาจต้องตาย การหาทางกลับบ้านจึงเป็นความท้าทายของสุนัขที่ต้องหาแหล่งอาหารและที่พักเพื่อความอยู่รอด ยีนที่ควบคุมสันชาติญาณป่าอาจถ่ายทอดทางพันธุกรรมมา

สุนัขป่ามักหาทางไปยังแหล่งใหม่ ๆ ได้ในอาณาเขตที่มันหากินอยู่ เป็นไปได้ว่าสุนัขอาศัยสิ่งที่สังเกตได้เช่นต้นไม้สูง หรือกลิ่นเป็นเครื่องนำทาง ซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นในบางครั้ง

สุนัขและแมวหาทางได้อย่างไร
- การหาทางอาจเหมือนนกที่อาศัยทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวในการนำทาง เช่น
- แผนที่ที่อยู่ในสมองสัตว์
- ความอยู่รอดและการสำรวจอาณาเขตหรือถิ่นที่อยู่
- ความสามารถในเรื่องการดมกลิ่น
- การได้ยิน เช่น เสียงน้ำไหล
- สนามแม่เหล็ก ซึ่งสุนัขอาจมีบางส่วนของสมองที่สามารถรับสนามแม่เหล็กอ่อน ๆ ได้เหมือนนก
- ตำแหน่งของดวงอาทิตย์ แตกต่างกับของนกเพราะสุนัขมักเดินทางกลางคืนหรือเวลาที่แสงน้อย


สี่อย่างแรกได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสุนัขและแมวเลี้ยงมีความสามารถใช้ได้ โดยมันสามารถที่จะไปและกลับได้เองในทางเดิมทางเดียวกับขาไป หรือเป็นทางใหม่คนละทางกับขาไป แต่การที่ถูกทิ้งในระยะทางไกล ๆ สุนัขและแมวสามารถหาทางกลับได้หรือไม่ยังน่าสงสัย เพราะเรายังไม่ทราบว่าสัตว์เลี้ยงสามารถดูตำแหน่งดวงอาทิตย์ และ อาศัยสนามแม่เหล็กเป็นเครื่องนำทางได้เช่นเดียวกับนกหรือไม่ คำตอบนี้ยังไม่สามารถตอบได้


การจะตอบคำถามได้คงต้องมีการศึกษาที่อธิบายถึงการหาทางกลับบ้านจากที่ไกล ๆ ของสัตว์เลี้ยงแสนรักให้ได้ สัตว์เลี้ยงที่ถูกปล่อยในที่ไม่ไกลนักและในสถานที่ไม่คุ้นเคยเสี่ยงต่อการที่จะหลงทางและตายเป็นอย่างมาก อย่าพยายามทดลองกับสัตว์เลี้ยงของท่านดีกว่าครับ เพราะจากประสบการณ์ของผู้แปลเองก็เคยพบว่าสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะแมวที่เจ้าของไม่ได้ใส่กรงมาแล้วเกิดหลุดไป ไม่เคยเห็นกลับบ้านได้เอง

โดย : Dr. Nicholas Dodman



จากคุณ : Webmaster LTD. | 11 กรกฎาคม 50 | เวลา : 16:44:22
E-mail : sorrapat@thailanddogs.com

ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:44PM
  สยอง! 'เห็บสุนัข' แพร่พันธุ์ในหูคน



เรื่องสยองความรู้สึกรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 29 ก.ย. มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจาก นางอัสมา อาลี อายุ 34 ปีชาวบังกลาเทศ อาศัยอยู่ในห้องเช่าเลขที่ 149 ซอยเทพลีลา 2 ถนนรามคำแหง แขวงและเขตวังทองหลาง ว่ามีอาการปวดหูมาก และมีหนองไหลออกมาจากในหู เนื่องจากมีเห็บสุนัขเข้าไปในรูหู จึงไปตรวจสอบพบ นางอัสมา นอนร้องครวญครางอยู่ด้วยความเจ็บปวด มี ด.ญ.มูนา อาลี หรือน้องส้ม วัย 12 ขวบ ลูกสาวคอยดูแลอยู่

นางอัสมา เปิดเผยว่าเมื่อ 6 เดือนก่อนมีอาการปวดหู จึงไปหาหมอที่ รพ.นพรัตน์ แพทย์ตรวจดูแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติจึงให้ยากลับมากิน ต่อมาอีก 3 เดือนก็ปวดหูอย่างรุนแรงอีก จึงไปหาหมอที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า แพทย์พบว่าในรูหูข้างซ้ายมีเห็บสุนัขตัวเขื่องเกาะอยู่ จึงล้างหูและใช้คีมคีบเห็บออกมาและให้ยามากิน ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา ก็เกิดปวดหูอย่างรุนแรงอีกจึงไป รพ.นพรัตน์ แพทย์พบว่ามีสิ่งผิดปกติในหูต้องได้รับการผ่าตัด แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 1 หมื่นบาท แต่ตนไม่มีเงินจึงขอกลับมาคิดก่อน โดยหมอนัดให้ไปพบในวันที่ 7 ต.ค. ที่จะถึงนี้

นางอัสมา กล่าวว่าต่อมาเมื่อสองวันก่อน เกิดปวดมากลูกสาวจึงใช้แชมพูผสมน้ำแล้วหยอดเข้าไปในหู พบว่ามีลูกเห็บสุนัขนับร้อยตัว ไต่ออกมาจากรูหูทั้งสองข้างเกาะเต็มใบหน้า หลังจากนั้นก็ไปหาหมอที่ รพ.ราชวิถีอีกครั้ง แต่แพทย์ไม่พบอะไรในหูจึงกลับมา และในวันนี้ก็เกิดปวดหูอีกครั้ง จึงคิดว่าน่าจะเป็นเห็บสุนัขอยู่ในหูแน่นอน จึงขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิร่วมกตัญญูดังกล่าว ส่วนเห็บสุนัขคาดว่าจะมาจากสุนัขจรจัด ที่ชอบมานอนกันเต็มหน้าบ้าน แม้จะพยายามใช้น้ำร้อนราด แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่จำนวนมาก ซึ่งคงจะเข้ามาในที่นอนและเข้าหูตนในขณะหลับก็เป็นได้

ทางด้านเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และผู้สื่อข่าว ร่วมกันตรวจสอบแล้วพบว่า ที่คอมีอาการอักเสบมากจนบวม จึงเอายาหยอดหูเข้าไป แต่ไม่มีเห็บออกมาแต่อย่างใด มีแต่หนองไหลออกมาเท่านั้น จึงนำตัวนางอัสมาส่งไปยัง รพ.ราชวิถี แต่เมื่อไปถึงพบว่า นางอัสมามีบัตรทอง คนไข้ 30 บาทที่ รพ. นพรัตน์ จึงต้องพาตัวกลับมาที่ รพ.นพรัตน์ เพื่อให้แพทย์ตรวจโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง.

ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:46PM
  "สุนัขคือเพื่อนคู่หู หรือศัตรูคู่บ้าน" จัดที่หมู่บ้านวรารักษ์ รังสิตคลอง 3 (วันที่ 3 กรกฎาคม 2548)

เนื่องจากในงานมีอาจารย์ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช และ อาจารย์วันชัย สอนศิริ
จากรายการคนหัวหมอ มาให้ความรู้กฎหมายเกี่ยวกับสุนัข มีเรื่องที่น่าสนใจนำมาฝาก อาทิเช่น

การฆ่าสุนัขตาย เจ้าของสุนัขที่ถูกฆ่า สามารถเอาผิดกับผู้ฆ่า เนื่องจากมีความผิดตามกฏหมาย
มาตรา 354 คือโทษ จำคุก 3 ปี

หากเจ้าของสุนัขพันธุ์ที่มีนิสัยดุร้าย อย่าง ร็อตไวเรอร์ อัลเซเชี่ยน ปล่อยสุนัขให้เดินเพ่นพ่าน
นอกอาณาเขตบ้าน มีความผิดฐานปล่อยปะละเลยสัตว์เลี้ยง มีโทษจำคุกสูงสุด 1 เดือน

หากสุนัขของท่านไปกัด ทำร้ายร่างกายผู้อื่นถึงขั้นสาหัส
เจ้าของมีความผิดต้องรับโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี

สุนัขไล่ตามรถจักรยานยนต์ จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ
ท่านเจ้าของสุนัขมีความผิดทางแพ่ง คือต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดแก่ผู้ประสบอุบัติเหตุ

สุนัขถ่ายหรือฉี่หน้าบ้านคนอื่น หรือสวนสาธารณะ หรือเห่าให้เป็นที่รำคาญ ผู้ที่ถูกรบกวนดังกล่าว
สามารถเอาผิดกับเจ้าของหมาได้ โดยมีโทษปรับสูงสุด 1 พันบาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน

ฯลฯ อึม..อีกเรื่องนึง สัตวแพทย์ที่มาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความรู้ว่า
การนำน้ำใส่ขวดตั้งไว้ ช่วยให้หมาเลิกฉี่ หรืออึ ณ จุด ๆ นั้นเพียง 50% สำหรับหมาบางตัว อาจไม่เป็นผล

ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:48PM
  เลึ้ยงสุนัขรักษาโรค

ผู้เลี้ยงสุนัขโดยส่วนมากมันจะพูดกันว่าสุนัขของเขาทำให้เขารู้สึกดีขึ้น แต่มันก็ยังมีข้อสงสัยอยู่ และได้มีการทำ Research ซึ่งให้ผลแสดงว่าสุนัข มีส่วนทำให้สุขภาพของคนดีขึ้น




อัตราการเสียชีวิตจากอาการหัวใจวายของผู้เลี้ยงสุนัขมีลดน้อยลง จาก 1 ใน 15 เป็น 1 ใน 87 เปอร์เซ็นต์ของคนป่วยด้วยโรคหัวใจซึ่งรอดชีวิตและมีอายุยืดออกไปอีกอย่างน้อย 1 ปี ก็มีสูงขึ้นด้วย มีเพียง6 % เท่านั้นที่รอดชีวิตและไม่ได้เลี้ยงสัตว์ ในขณะที่ ผู้ที่เลี้ยงสัตว์มีอัตราการรอดชีวิตสูงถึง 28% การเลี้ยงสัตว์ อาจเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้อัตราการรอด ชีวิตเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนั้นสุนัขอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดหัวใจวายได้ด้วย
Cholesterol และ Triglycerrides ลดลง
ในคนที่เลี้ยงสุนัขจะพบว่ามีระดับ Cholesterol และ Triglycerrides ต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ไม่เลี้ยงสัตว์ แม้กระทั้งเปรียบเทียบในกลุ่ม แบ่งตามน้ำหนัก, นิสัยการกินและการสูญพันธุ์
ช่วยลดความดันโลหิต และ ลดความเครียด
สุนัขได้แสดงให้เห็นว่ามันสามารถช่วยทำให้ความดันลดลงได้ จากการศึกษาในกลุ่มหญิงที่ได้รับการทดสอบความเครียดและความกดดัน มีการแสดงให้เห็นว่าสุนัขมีผลในการช่วยลดความดันเลือดได้มากกว่าคน ในเด็กที่เลี้ยงสุนัข ,ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า อัตราการเต้นของหัวใจต่ำความดันเลือดต่ำ และไม่ค่อยเครียด เมื่อเทียบกับ กลุ่มที่ไม่เลี้ยง
Stock Broker ผู้ที่เลี้ยงสุนัขหรือแมวในออฟฟิต จะมีอัตราการเพิ่มขึ้นของความดันโลหิตในอัตราที่น้อย ในขณะที่อยู่ในภาวะที่ตึงเครียดเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้เลี้ยง
มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
คนที่เลี้ยงสุนัขจะมีสุขภาพที่ดีขึ้นเนื่องจากสุนัขต้องได้ออกกำลังกายและได้รับการดูและเอาใจใส่
ลดความถี่ในการป่วยและ ปัญหาด้านสุขภาพอื่น ๆ
การเลี้ยงสัตว์ไว้ในบ้านสามารถช่วยให้คุณไม่จำเป็นต้องไปพบหมออันเนื่องจากอาการป่วย เพราะสุนัขนั้นได้ถูกจัดให้เป็นส่วนหนึ่งของการ บำบัดรักษาโรค จากการศึกษาพบว่า คนที่อาศัยอยู่ในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงนั้นจะมีเหตุให้ต้องพบแพทย์หรือ มีปัญหาด้านสุขภาพน้อยมาก

สามารถทราบล่วงหน้าว่าอาการาของโรคจะกำเริบ
คนที่ถูกโรคร้ายเล่นงาน เป็นระยะ ๆ นั้น เปิดเผยว่าสุนัขมีสัญชาตญาณในการรับรู้ถึงระยะเริ่มต้นของการกำเริบของโรคต่าง ๆ ได้ ก่อนที่คนจะรู้ ในปัจจุบันได้มีการค้นพบว่าสุนัขสามารถฝึกให้จดจำลักษณะบางอย่างของการเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะเกิดอาการ และเตือนเจ้าของให้ทราบถึงความผิดปกติ นั้น ซึ่งมันเป็นการเตือนให้เจ้าของระวังตัวก่อนอาการกำเริบ
ควบคุมการแข็งตัวฉับพลัน ในโรค Parkison
นอกเหนือจากอาการสั่น และแข็งทื่อ ผู้ป่วยโรค Parkison พวกเค้ายังต้องเผชิญปัญหาที่เรียกว่าอาการ Freezing อย่างเช่น เท้าแข็ง ในขณะที่ส่วนอื่น ของร่างกายสามารถขยับได้ ซึ่งเป็นสาเหตุของการล้ม ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยไม่ค่อยอยากจะเคลื่อนไหวร่างกาย
สุนัขที่ถูกฝึกไว้ช่วยคนเป็นโรคนี้จะถูกฝึกให้รู้ว่าเมื่อไหร่จะเกิดอาการแข็งเกร็งขึ้น และควรช่วยอย่างไร ถ้าหากสุนัขแตะที่เท้าของผู้ป่วยมันจะช่วยให้อาการนั้นหายไปได้ และผู้ป่วยก็จะสามารถเดินต่อไปได้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็ไม่สามารถหาสาเหตุไว้ว่ามันเป้ฯไปได้อย่างไร นอกเหนือจากการแก้อาการแข็งเกร็ง แล้วมันยังช่วยให้ผู้ป่วยไม่ล้มโดยช่วยถ่วงน้ำหนัก และช่วยให้เขายืนขึ้นได้อีกครั้ง ถ้าหากคนจะล้มสุนัขจะช่วยให้กลับมายืนได้
วิเคราะห์โรคมะเร็ง
มันอาจจะฟังดูแปลกๆ แต่สุนัขใน Florida ชื่อว่า George ได้ถูกเปิดเผยว่าสามารถสืบค้นโดยการดมกลิ่นที่ถูกปล่อยออกมาจากเนื้องอกที่เรียกว่าเนื้อร้าย George สามารถแยกออกได้เกือบ 100% ว่าเนื้องอกนั้นคือมะเร็ง
เตือนเมื่อเกิดภาวะขาดน้ำตาล
สัตว์บางชนิดสามารถเตือนเจ้าของถึงภาวะการขาดน้ำตาลได้ซึ่งจะทำให้เจ้าของแก้ไขได้ทันท่วงที ก่อนที่จะเกิดอาการ

ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:57PM
  อาการแพ้วัคซีน
--------------------------------------------------------------------------------

ปกติแล้วสัตวแพทย์จะแนะนำให้ฉีดวัคซีนประจำทุกๆปี
( ยกเว้นในลูกสุนัขที่เพิ่งเริ่มทำวัคซีนเป็นครั้งแรกต้องมีการกระตุ้นวัคซีนหลายครั้ง ) ซึ่งถือว่าเป็นการดูแลสัตว์เลี้ยงของท่านประจำทุกปี เว้นในรายที่ท่านเจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่สนใจเท่านั้น การฉีดวัคซีนประจำปี เป็นการกระตุ้นภูมิต้านทานของสัตว์ ซึ่งย่อมต้องเกิดอาการอักเสบ สัตว์บางตัวจึงแสดงอาการซึม หรือมีอาการอักเสบของกล้ามเนื้อ และข้อต่อบางแห่ง หรือมีไข้อยู่ 1-2 วัน ภายหลังการฉีดวัคซีน ซึ่งถือว่าเป็นปกติ และบางตัวก็ไม่แสดงอาการให้เห็น สัตว์จะกินอาหารละเล่นได้ตามปกติ แต่ในบางรายจะเกิดอาการอักเสบที่รุนแรงกว่านั้น ซึ่งอาการจะเห็นได้อย่างชัดเจน

อาการแพ้วัคซีน
อาการแพ้ที่แสดงออกมักไม่เหมือนกันเลยทีเดียวในแต่ละตัว ข้อยู่กับการตอบสนองของสัตว์ที่มีต่อโปรตีนที่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นวัคซีนเสมอไป อาจเป็นละอองเกสร , ฝุ่น , อาหาร หรือยาก็ได้
อาการแพ้ทุกชนิมักมีอาการลมพิษ , หน้าบวม , คลื้นไส้ ในรายที่รุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิต ไม่จำเป็นว่าสัตว์ต้องแสดงอาการทุกอย่างที่กล่าวมาให้เห็น อาจเกิดเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน

ทำอย่างไรเมื่อเกิดอาการแพ้
ถ้าสัตว์แพ้เล็กน้อยก็คงไม่มีปัญหา ในรายที่แพ้รุนแรงมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เดินโซเซ ท่านเจ้าของควรรีบนำส่งสัตวแพทย์เป็นการด่วน ก่อนที่อาการจะทรุดลงไปกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งอาจจะทำให้สัตว์ถึงแก่ชีวิตได้

อาการอาเจียนเป็นอาการที่แสดงว่าสัตว์อยู่ในภาวะที่อันตรายมากซึ่งบางครั้งท่านเจ้าของอาจนึกว่าเป็นอาการเมารถธรรมดาแต่ถ้าเกิดอาการเช่นนี้ให้รีบนำส่งสัตวแพทย์ แล้วเล่าอาการให้หมอฟังโดยด่วน

ในกรณีที่สัตว์แพ้วัคซีน ครั้งต่อไปควรจะทำอย่างไร
มีหลายขั้นตอนที่จะทำได้ หลังจากทราบว่าสัตว์ของท่านแพ้วัคซีน เช่น

หลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคเลสโตไปโรซิส
วัคซีนเลสโตไปโรซิส มักรวมอยู่ในวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัข เป็นส่วนของวัคซีนที่ก่อให้เกิดอาการแพ้มากที่สุด เจ้าของควรบอกสัตวแพทย์ว่าไม่ต้องการให้สุนัขฉีดวัคซีนชนิดนี้

หลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีนรวมหลายๆโรคพร้อมกัน
โดยขอให้สัตว์แพทย์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคแต่ละชนิดแยกกัน โดยอาจฉีดห่าง 1-2 สัปดาห์ เพื่อลดการกระตุ้นภูมิต้านทานลง เพื่อไม่ให้อาการแพ้รุนแรง และการแยกชนิดวัคซีน จะสามารถทำให้ทราบว่าสัตว์แพ้วัคซีนชนิดใด

หลีกเลียงการฉีดวัคซีนเอง หรือ บุคคลที่ไม่ใช่สัตวแพทย์ฉีด

แจ้งข้อมูลการแพ้วัคซีนของสัตว์เลี้ยงของท่านต่อสัตวแพทย์ทุกครั้ง
ท่านเจ้าของควรจดจำชนิดวัคซีนที่สัตว์เลี้ยงแพ้ และแจ้ให้สัตวแพทย์ทราบทุกครั้งที่ไปฉีดวัคซีน

อาจต้องมีการฉีดยาแก้แพ้ก่อนการฉีดวัคซีนในรายที่แพ้ทุกครั้ง
การฉีดยาแก้แพ้ก่อนการฉีดวัควัคซีนเพื่อเป็นการป้องกันอาการแพ้ก่อนที่จะเกิด และภายหลังการฉีดวัคซีนท่านเจ้าของควรสังเกตอาการของสัตว์เลี้ยงต่ออีก 1 – 2 วันหลังการฉีดวัคซีน

การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยงของเจ้าของ
การแพ้วัคซีนแม้จะเกิดขึ้นได้น้อย แต่บางครั้งก็เป็นอันตรายถึงชีวิต ขึ้นอยู่กับว่าสัตว์เลี้ยง แพ้มากหรือน้อย แต่ไม่ใช่หมายความว่าท่านเจ้าของกลัวการแพ้วัคซีน จนไม่พาสัตว์เลี้ยงไปฉีด

ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 12:58PM
  การป้องกันโรคเหงาในสุนัข
--------------------------------------------------------------------------------

( สนับสนุนข้อมูลโดย น.สพ.พัฒนา รัตนชินกร ผ.อ. โรงพยาบาลสัตว์ เอ็น.พี. )


ความเหงานั้นเป็นอารมณ์ที่เกิดมาในห้วงระยะเวลาหนึ่ง ทุกคนอาจมีความรู้สึกได้ในอารมณ์นี้ อย่าว่าแต่คนเลย เชื่อไหมว่าขนาดสุนัขยังเป็นโรคเหงาได้เลย วันนี้หมอเลยนำเสนอเรื่อง การป้องกันโรคเหงาในสุนัข
อย่างไรที่เรียกว่าโรคเหงา
คุณคงไม่สามารถที่จะอยู่กับสุนัขได้ตลอดเวลา สุนัขของคุณชอบเห่า ปัสสาวะเรี่ยราด หรือชอบทำลายข้าวของบ้างหรือเปล่า ถ้าเป็นอาจจะแสดงว่าสุนัขของคุณเป็นโรคเหงา

สุนัขเป็นสัตว์สังคม สุนัขป่าก็ยังอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง สุนัขบ้านจะถือว่าสมาชิกในครอบครัวคือฝูงของมันเช่นเดียวกัน สุนัขที่สนิทกับเจ้าของหรือสมาชิกในครอบครัวมากๆ จะเกิดอาการเครียดละเหงาเมื่อถูกปล่อยให้อยู่เพียงลำพัง โดยแสดงออกด้วยการเห่า ขุด กัดแทะ และพยายามทำลายข้าวของในบ้าน

คุณต้องเข้าใจว่าสุนัขของคุณไม่ได้มีเจตนาแกล้ง เพียงแต่มันรู้สึกไม่สบายใจเวลาที่ต้องอยู่เพียงลำพัง และพยายามที่จะหาทางไปหาเจ้าของให้ได้ เช่น การขุด กัดแทะประตู หรือทำไปเพื่อผ่อนคลายอารมณ์เครียด เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ หรือรื้อข้าวของในบ้านมากัดเล่น

แล้วสุนัขของคุณเป็นโรคเหงาหรือเปล่า
คุณจะทราบได้อย่างไรว่าสุนัขของคุณเป็นโรคเหงา การที่สุนัขเห่า กัดทำลายของ หรือ ขุดคุ้นทำลายสวนสวยของคุณ ไม่ได้เป็นอาการของโรคเหงาเพียงอย่างเดียว อาจจะมีอย่างอื่น เช่น คันฟัน ปวดฟัน ฯลฯ ซึ่งต้องให้สัตวแพทย์ตรวจดูว่าไม่ได้มีสาเหตุจากโรคเหล่านี้ก่อน

สุนัขที่เป็นโรคเหงามักจะแสดงอาการเมื่อเจ้าของไม่อยู่ด้วย หรือเห็นเจ้าของแต่เจ้าของไม่มาหาสัตว์ก็จะแสดงอาการกระวนกระวาย เช่น เวลาถูกล่ามโซ่ ลองอ่านต่ออีกสักนิดสัตว์เลี้ยงของคุณอาจจะหายจากโรคเหงาได้

การแก้อาการเหงาเป็นเรื่องที่คุณต้องทำงานมากทีเดียว แต่คุณก็จะประหลาดใจที่สุนัขสามารถตอบสอนต่อขั้นตอนที่คุณวางไว้ได้อย่างดีทีเดียว

มาช่วยสุนัขของคุณให้หายจากโรคเหงากันดีกว่า
มีขั้นตอนหลายขั้นทีเดียวในการรักษาอาการอยู่ตัวเดียวไม่ได้ ซึ่งต้องทำไปพร้อมๆ กันหลายๆ ขั้นพร้อมๆ กันไป เป้าหมายของแต่ละขั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อ
- ลดความต้องการอยู่ใกล้ชิดเจ้าของของสุนัข
- เพิ่มความมั่นใจให้กับสุนัข
สุนัขที่มีความมั่นใจในตัวเองจะไม่กังวลกับการที่เจ้าของไม่อยู่บ้าน หรือถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง และจะไม่ทำลายข้าวของของคุณ เช่นเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง แต่ไม่ได้หมายความว่าสุนัขจะเฉยหรือเย็นชาเมื่อเห็นคุณ เพียงแต่สุนัขเกิดความมั่นใจว่าคุณจะไม่ได้ทิ้งเขาไปเฉยๆ โดยไม่กลับมา ดังนั้นคุณต้องให้สุนัขมั่นใจว่าทุกครั้งที่คุณออกจากบ้านไปคุณจะกลับมาหาเขาทุกครั้ง

ขั้นแรก ลดอาการดีใจหรือเสียใจสุดเหวี่ยง เมื่อเวลาที่คุณเข้าหรือออกจากบ้าน
เมื่อเจ้าของกลับมาบ้านหรือออกจากบ้านทุก ทั้งสองอย่างก่อให้เกิดความเครียดในตัวสุนัขอย่างมาก พฤติกรรมทำลายข้าวของจะเกิดทันทีที่เจ้าของก้าวเท้าออกจากบ้าน หรือก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน (โดยเฉพาะผู้ที่กลับบ้านตรงเวลา) การลดความเครียดของสุนัขในเรื่องนี้ทำโดยอย่าทำให้สุนัขตื่นเต้นเมื่อเวลาเจ้าของเข้าหรือออกจากบ้าน โดยทำทีไม่สนใจตัวสุนัขสัก 5 นาที ขณะที่คุณเตรียมเก็บเอกสารหรือข้าวของ เช่นกุญแจ เสื้อคลุม ฯลฯ ทำอย่างปกติเรียบๆ ก่อนออกอาจจะกล่าวคำว่าสวัสดีหรือบ๊ายบาย ด้วยน้ำเสียงปกติแล้วเดินออกจากบ้านไปอย่างปกติธรรมดา อย่ากล่าวคำสั่งเสียกับสุนัข เช่น ดูแลบ้านให้ดีนะ อย่ากัดทำลายของ ฯลฯ เพราะจะไปกระตุ้นให้สุนัขเกิดความตื่นตัวก่อนที่เราจะออกจากบ้าน เพราะจะทำให้สุนัขรู้สึกว่าถูกทิ้งตามลำพังซึ่งสุนัขจะรู้สึกว่าแย่ การที่ทำทีไม่สนใจสุนัขเขาจะเข้าใจว่าคุณอยู่บ้านในที่ใดสักแห่งที่เขาไม่เห็น

เวลากลับเข้าบ้านก็เช่นเดียวกัน ทำเป็นไม่เห็นสุนัขของคุณสัก 5 นาที ขณะเดียวกันคุณก็วางข้าวของของคุณตามปกติ อย่าพูดกับสุนัขยกเว้นดุให้เขาสงบลง สำหรับสุนัขที่ควบคุมยากให้ยืนหันหน้าเข้าหากำแพง อย่าทักทายสุนัขจนกว่าสุนัขจะสงบลง จึงกล่าวคำทักทาย เช่น ตบเบาๆ ที่ไหล่แล้วกล่าวคำว่าสวัสดี แต่อย่าทำให้สุนัขตื่นเต้นดีใจอีก

ข้อควรระวังคือ ห้ามลงโทษสุนัขเมื่อกลับเข้ามาในบ้าน ไม่ว่าสุนัขของคุณจะทำลายข้าวของเสียหายขนาดไหนก็ตาม เพราะสุนัขอาจจะคิดว่าคุณทำโทษเขาเพราะเขาอยู่เพียงลำพัง ซึ่งจะยิ่งทำให้แย่ลงไปอีก ถ้าสุนัขเคยฝึกให้อยู่ในที่เฉพาะก็จะยิ่งง่าย แต่สุนัขบางตัวก็อาจยิ่งมีอาการตื่นกลัวเมื่อถูกจำกัดบริเวณหรืออยู่ในที่แคบ โดยเฉพาะในกรงของสุนัข กรณีนี้ไม่ควรให้สุนัขอยู่ในกรง

ขั้นที่ 2 จำกัดบริเวณสุนัข
วัตถุประสงค์เพื่อลดการทำลายข้าวของในบ้านให้น้อยลง ถ้าเจ้าของทำได้ควรจำกัดบริเวณที่สุนัขอยู่ให้แคบลง เพื่อลดการทำลายข้าวของ

ขั้นที่ 3 หาอะไรให้สุนัขทำ
อย่างเช่นหาของเล่นพวกของแทะหรือกระดูกเทียมหรือสิ่งที่สุนัขชอบ ของเล่นที่มีโพรงข้างในอาจใส่ขนมล่อใจที่สัตว์ชอบสุนัขเพื่อให้สุนัขพยายามแคะออกมากิน หรือห่อขนมไว้ในกระดาษหนังสือพิมพ์แล้วใส่ไว้ในกล่องอีกทีแล้วปิดเทปกาวทับ สุนัขก็จะพะวงกับการเอาขนมออกจากกล่อง สุนัขก็จะไม่มีเวลาไปทำลายข้าวของในบ้าน แต่สุนัขบางตัวก็ไม่ยอมรื้อขนมออกจากกล่องที่ท่านทำไว้ ท่านเจ้าของต้องพยายามล่อใจให้สุนัขสาละวนกับของที่ให้ไว้ก่อนออกจากบ้าน

ขั้นที่ 4 ภาวะที่สุนัขจะยอมรับเมื่อเจ้าของออกจากบ้าน
ขั้นนี้เป็นขั้นที่สำคัญที่สุด และต้องใช้ระยะเวลานานที่สุดท่านต้องใจเย็นมากๆ สุนัขที่เฝ้าดูเจ้าของเก็บกุญแจบ้าน, กุญแจรถ, กระเป๋าถือฯลฯ เวลาที่เจ้าของออกจากบ้าน สุนัขที่เป็นโรคเหงาจะเริ่มแสดงอการเมื่อเจ้าของก้าวไปที่ประตูบ้าน เจ้าของต้องรอจนกว่าสุนัขจะคลายความตื่นเต้นหรือกังวลลงเพื่อให้สุนัขตายใจว่าท่านไม่ได้กำลังออกจากบ้าน และเจ้าของต้องไม่เปิดประตูหรือทำท่าว่าจะออกไปจากบ้าน เมื่อสุนัขผ่อนคลายความกังวลลงให้ขนมหรือของที่สุนัขชอบ เจ้าของอาจต้องทำท่าอย่างที่กล่าวซ้ำหลายๆ ครั้งเพื่อให้สุนัขไม่แสดงอาการกังวล ขั้นต่อไปคือทำท่าทางเก็บข้าวของออกจากบ้านเดินตรงไปที่ประตูแล้วเปิดประตูแต่อย่างก้าวเดินออกไปเป็นอันขาด แค่เดินไปเปิดแล้วปิด ทำซ้ำๆ หลายๆ ครั้งจนสุนัขรู้สึกชินและเฉยจึงให้รางวัลล่อใจ ขั้นตอนต่างๆ ที่ทำซ้ำควรเว้นระยะห่างประมาณ 5-10 นาที ขั้นต่อไปคือทำท่าเก็บข้าวของออกจากบ้านเดินไปที่ประตู เปิดประตูแล้วเดินออกไปแต่อย่าปิดประตู ทำซ้ำเช่นเดิมจนสุนัขชินจึงให้รางวัล

ขั้นต่อมาคือทำท่าเหมือนจะออกจากบ้านแล้วเดินไปที่ประตูเปิดแล้วเดินออกจากประตูพร้อมกับปิดประตู แต่ท่านเจ้าของต้องรีบเข้ามาถ้าสุนัขเริ่มมีความระแวง ถ้าสุนัขเฉยท่านรอสัก 30 วินาทีค่อยเดินเข้าประตูมา เจ้าของสุนัขต้องทำเช่นที่กล่าวซ้ำๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาที่อยู่นอกประตูให้นานขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าสุนัขจะชิน เช่นเพิ่มเวลาจาก 30 วินาทีเป็น 1 นาที, 2 นาที, 5 นาที, 10 นาที, 20 นาที, เพิ่มไปเรื่อยๆ จนเป็นชั่วโมง สุนัขแต่ละตัวอาจต้องการเวลาในการฝึกแตกต่างกัน เมื่อเพิ่มเวลาอยู่นอกบ้านของเจ้าของได้เป็นชั่วโมงก็ง่ายที่จะเพิ่มเวลาไปเรื่อยๆ จนถึง 7-8 ชั่วโมง

สุนัขจะกังวลมากเมื่อถูกทิ้งไว้ตัวเดียว โดยแสดงอาการต่างๆ เช่น ครางหงิ๋ง ๆ , เห่า, ขุด, แทะ, หอน, ปัสสาวะเรี่ยราด, วิ่งวนไปรอบๆ , พยายามหลบหนีออกนอกกรงหรือบ้าน สุนัขที่ขี้เหงามักจะอ้อนเจ้าของค่อนข้างมาก และต้องการเวลาทักทายกับเจ้าของเวลาพบเจ้าของหลังเวลาเลิกงานนานกว่าสุนัขปกติ สุนัขพวกนี้มักเดินตามเจ้าของไปรอบบ้าน กระโดดหรือเข้ามาคลอเคลีย เห่า ครางหงิ๋ง หรือเลียมือและหน้าเจ้าของเป็นเวลานาน ๆ

ถ้าสุนัขไม่ดีขึ้นจะทำอย่างไร
โรคเหงาเป็นอาการที่รักษาได้ยากและสุนัขบางตัวก็ไม่คลายกังวลเมื่อเวลาอยู่ตัวเดียว ถ้าเป็นเช่นนี้ท่านลองส่งสุนัขไปฝึกกับครูฝึกสุนัข อาจจะช่วยได้ หรือบางรายอาจต้องให้ยาคลายเครียดซึ่งได้ผลดีปรึกษาสัตวแพทย์ดูได้

สิ่งสำคัญในการฝึก
สุนัขเป็นสัตว์สังคม และเป็นเรื่องปกติที่สุนัขจะคิดถึงเจ้าของเมื่อเวลาเจ้าของไม่อยู่
อย่าให้สุนัขตื่นเต้นเวลาคุณออกจากบ้าน
ฝึกให้สุนัขสงบเมื่อเวลาคุณกลับเข้าบ้าน
จำกัดบริเวณสุนัขตลอดช่วงระยะเวลาการฝึก
ให้ของที่สุนัขกัดแทะได้เพื่อไม่ให้มีเวลาไปทำลายข้าวของ
หาอะไรให้สุนัขทำเวลาอยู่ตัวเดียว
ให้ทำตามขั้นตอนทั้ง 4 ที่กล่าวมามักได้ผลดี
อาจต้องพึ่งยาในรายที่ไม่สามารถฝึกให้คุ้นกับการอยู่ตัวเดียวได้

เอกสารอ้างอิง
Campbell WE: Behavior problems in dogs, 1992, American Veterinary Pubs. Goleta, CA.
o Hart BL; Hart LA: Canine and feline behavioral therapy, 1985, Lea & Febiger. Philadelphia, PA.

น.สพ.พัฒนา รัตนชินกร
ผ.อ. โรงพยาบาลสัตว์ เอ็น.พี.
ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Tuesday, 3 February 2009, 01:02PM
  โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ
--------------------------------------------------------------------------------

สาเหตุและอาการของโรค
เกิดจากเชื้อไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดต่อจากสัตว์เลือดอุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่มีเชื้อโรคพิษ สุนัขบ้ามาสู่คน โดยถูกสัตว์กัดข่วน หรือสัตว์เลีย บริเวณที่มีแผลรอยข่วน หรือน้ำลายของสัตว์ที่มีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า เข้าตา ปาก จมูก สัตว์ที่นำโรคที่สำคัญ ได้แก่ สุนัข, แมว และอาจพบในสัตว์อื่นๆ หลายชนิด ทั้งสัตว์เลี้ยง เช่นหมู ม้า วัว ควาย และสัตว์ป่าเช่น ลิง ชะนี กระรอก กระแต เป็นต้น เมื่อคนได้รับเชื้อแล้ว และไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ส่วนใหญ่จะมีอาการปรากฏหลังจากได้รับ เชื้อ 15-60 วัน หรือบางรายอาจนานเป็นปี ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะไม่มีวิธีรักษาได้ และเสียชีวิตทุกรายฉะนั้นการป้องกันโรคจึกเป็น สิ่งที่สำคัญที่สุด...

อาการที่สำคัญของโรค
ในคนเริ่ม ด้วยอาการปวดศรีษะ มีไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อาจคัน หรือชาบริเวณบาดแผลที่ ถูกกัด ซึ่งแผลอาจหายสนิทไปนานแล้ว ต่อมามีอาการกลืนลำบาก เพราะกล้ามเนื้อที่ลำคอและกล่องเสียงหด และเกร็งตัว อยากดื่ม น้ำแต่กลืนไม่ได้น้ำลายฟูมปาก บ้วนน้ำลายบ่อยกระวนกระวาย ตื่นเต้น ใจคอหงุดหงิด หายใจเร็ว ประสาทสัมผัสจะไวต่อการ กระตุ้นทำให้ตกใจได้ง่าย และสะดุ้งผวาเมื่อถูกลม หรือได้ยินเสียงดัง กล้ามเนื้อแขนขาเกร็งกระตุก ระยะหลังอาจจะเป็นอัตมพาต หมดสติและ เสียชีวิตภายใน 2-7 วันนับจากเริ่มมีอาการ

วิธีสังเกตุสุนัขหรือแมวที่เป็นโรคกลัวน้ำ
สัตว์จะมีนิสัยผิดไปจากเดิม โดยในระยะแรกจะมีอาการตื่นเต้น ตกใจง่าย กระวนกระวาย กระโดดงับลม หรือแมลง กินของแปลกๆ เช่น เศษไม้ หิน ดิน ทราย อาจกัดเจ้าของหรือ สัตว์เลี้ยงอื่นๆ ในช่วงตื่นเต้น กินอาหาร ได้น้อยลง ม่านตา เบิกขยาย และจะไวต่อแสง และเสียงต่อมาสัตว์จะตื่นเต้นเห่าหอน หลังแข็ง หางตก ลิ้นห้อยและกัดทุกสิ่งที่ขวางหน้า ต่อจากนั้นจะ เริ่มเป็นอัมพาต โดยคางจะห้อย น้ำลายไหลยืด กลืนไม่ลง ขากรรไกรแข็ง อ้าปากค้าง ขาสั่น และเริ่มเป็นอัมพาต จากขาหลังก่อน แล้วเป็นทั่วตัว แล้วจะล้มลงชัก และตายภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มแสดงอาการ อย่างไรก็ตามสัตว์บางตัวอาจมีอาการซึม แสดงอาการระยะตื่นเต้นสั่นหรือไม่แสดงอาการ หรือซุกซ่อนตัวอยู่ในที่มืด เย็น และเงียบไม่กินอาหาร ชอบเอาเท้าตะกุยคล้าย กระดูกติดคอ และเป็นอัมพาต

วิธีป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
นำสัตว์เลี้ยง เช่นสุนัข แมว ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าปีละครั้ง แต่สุนัขที่ฉีดวัคซีนครั้งแรกควรฉีด 2 ครั้ง (ห่างกัน 1 เดือน)
สอนลูกหลานไม่ไห้คลุกคลีกับสุนัข หรือสัตว์ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน เมื่อถูกสุนัขหรือสัตว์กัดให้รียล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาด หลายๆ ครั้ง แล้วเช็ดด้วยสารละลายไอโอดีน ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ใส่ยารักษาแผลเช่น โพวีดีนไอโอดีน หากไม่มีใช้แอลกอฮอล์ 70% หรือทิงเจอร์ไอโอดีนหรือยารักษาแผลสดอื่นๆ แทน...

ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย napat suetanuwong - Thursday, 5 February 2009, 11:43PM
 

คุณสุไรพรครับเป็นความรู้มากเลยครับ ถ้ามีเรื่องดีๆก็มาโพสต์กันอีกนะครับ

ตอบ: สิ่งดี ๆ ที่นำมาฝาก เพื่อลูกรักของเรา
โดย น้ำเค็ม น้ำค้าง - Friday, 6 February 2009, 09:22AM
  ขอบพระคุณค่ะคุณอึ้งย้ง โคราช และึคุณ napat ที่ให้ึคำติชม ส่วนเรื่องข้อมูลจะพยายามหามาให้อ่านอยู่เรื่อย ๆ นะคะ ส่วนเรื่องนิทาน และคำตลก
เพื่อให้ชวนอ่านนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ มีแน่ ๆ แต่ตอนนี้ขอเป็นแนวทฤษฏีก่อน
แล้วกันนะคะ เพราะอยากให้ผู้ที่เริ่มเลี้ยงบางแก้วใหม่ ๆ ได้เข้าใจถึงหลัก
การเลี้ยงสุนัขให้ถูกต้องเสียก่อน ไม่อยากให้เกิดปัญหาที่ว่า เมื่อสุนัขดุ
จนไม่สามารถควบคุมได้ก็เอาไปปล่อย เมื่อสุนัขเป็นโรคก็ไม่สามารถรู้
และรักษาเขาได้ทันที ไม่นานเกินรอค่ะ เวปนี้ต้องมีสีสันในสิ่งดี ๆ แน่นอน