คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เพื่อน . - Friday, 6 April 2007, 06:16AM
  http://www.bangkaew.com/elearning2/mod/forum/discuss.php?d=2631

(Edited by Pingpong (-_-)/ - ศุกร์, 6 เมษายน 2007, 06:16AM)

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เพื่อน . - Friday, 6 April 2007, 06:16AM
 

http://www.bangkaew.com/elearning2/mod/forum/discuss.php?d=2631

(Edited by Pingpong (-_-)/ - ศุกร์, 6 เมษายน 2007, 06:16AM)

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย น้ำตาล พระพาย - Wednesday, 21 December 2005, 02:36PM
  ก่อนหน้านี้เคยพา น้ำตาล (ลูกชาย) ไปหาหมอเพราะมีจ้ำแดง ๆ ที่ต้นขา และกลางหลัง หมอแนะนำว่า สุนัขพันธ์บางแก้ว จะไม่สามารถกินเนื้อได้  และไม่ควรให้อาหารเม็ด เพราะจะทำมาจากเนื้อ รวมไปถึง ขนมปัง  นม  และลูกชิ้น ที่มีผลิตผลมาจากวัว ไม่ทราบว่ามีผลจริงหรือเปล่าค่ะ 
ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เพื่อน . - Friday, 6 April 2007, 06:17AM
 

http://www.bangkaew.com/elearning2/mod/forum/discuss.php?d=2631

(Edited by Pingpong (-_-)/ - ศุกร์, 6 เมษายน 2007, 06:17AM)

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย ป้าชัช swine - Wednesday, 21 December 2005, 05:11PM
 

ขอบคุณคุณเพื่อนฯที่เขียนคู่มือการเลี้ยงบางแก้วมาให้ศึกษาจ๊ะยักคิ้ว

ป้าขออนุญาต save file ไว้ และขออนุญาตแจกจ่ายให้ผู้สนใจต่อไปด้วยนะตาเขียว

ขอความอนุเคราะห์นำเรื่องนี้ไว้ในที่มองเห็นสะดวกได้ไหมค่ะคุณ admin โดยขอให้สามารถถาม-ตอบได้จ๊ะ

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เพื่อน . - Friday, 6 April 2007, 06:17AM
 

http://www.bangkaew.com/elearning2/mod/forum/discuss.php?d=2631

(Edited by Pingpong (-_-)/ - ศุกร์, 6 เมษายน 2007, 06:17AM)

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย จรรยา แม่ตูบน้อย - Wednesday, 21 December 2005, 11:21PM
 

ขอขอบคุณ  พี่เพื่อนบางแก้วที่บอกคู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว... ขออนุญาตเซพเก็บไว้ด้วยคนนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ

แม่ตูบน้อย

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เพื่อน . - Friday, 6 April 2007, 06:18AM
  http://www.bangkaew.com/elearning2/mod/forum/discuss.php?d=2631

(Edited by Pingpong (-_-)/ - ศุกร์, 6 เมษายน 2007, 06:18AM)

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เกาเหลา หมาบางซ่อน - Thursday, 22 December 2005, 08:28AM
 

อยากจะเสริมเรื่องท้องเสียหน่อยครับ

ท้องเสียจะมี 2 อาการคือ ท้องเสียกับถ่ายเหลว

ท้องเสียจากลำไส้อักเสบจะถ่ายติดๆกับและจะมีกลิ่นคราว

ห้ามให้กินยาแก้ท้องเสียเด็ดขาดเพราะจะทำให้เชื้อโรค

หมักหมมอยู่ในร่างกายและทำให้อุณหภูมิขึ้นสูงจนช๊อคตายได้

ท้องเสียจากการกินอาหารจำพวกนม

อันนี้กระเป็นกับหมาที่อายุเลย 4 เดือนไปแล้วเนื่องจากไม่มีเอ็นไซด์

ที่สามารถย่อยสลายนมได้ ทำให้ถ่ายออกมาเป็นปี๊ดไม่เป็นอันตราย

ไม่ต้องกินยา เดี๋ยวหายเอง

ท้องเสียจากการกินอาหารจำพวกตับหรือเนื้อมากเกินไป

อันนี้จะเกิดกับหมาเด็กที่ระบบย่อยอาหารยังไม่ดีเท่าที่ควร

กินอาหารจำพวกกเนื้อสัตว์เข้าไปแล้วไม่สามารถดูดซึมได้หมด

ทำให้ถ่ายเหลวได้เหมือนกัน ให้แก้ด้วยการกินเนื้อติดกระดูก

ถ้าหมาแทะกระดูกไม่ได้ให้เป็นอาหารเม็ดแช่น้ำแทน

ที่สำคัญการท้องเสียในหมาไม่ควรใช้ยาเพราะจะทำให้เชื้อโรคสะสม

ถ้าหมาถ่ายไม่หยุดหรือสงสัยว่าเป็นลำไส้อักเสบ

ควรงดน้ำและอาหาร  ดูอาการ ถ้าหมาถ่ายเกิน 5 ครั้ง

ให้ส่งหมอให้น้ำเกลือเพราะไม่งั้นหมาจะเสียน้ำจนตาย

ปกติโรคลำไส้อักเสบไม่ทำให้หมาตาย แต่ที่ตายเพราะร่างกายขาดน้ำ

เมื่อร่างกายมีเชื้อโรคมากจะเกิดความร้อนสูงหมาจะกระหายน้ำ

กินเข้าไปเพื่อที่จะถ่ายเอาเชื้อโรคออกมา

การให้น้ำเกลือของหมอจะใสรอาหารลงไปด้วย

ประมาณ 2 อาทิตย์หมาจะสร้างภูมิคุ้มกันและเริ่มถ่ายเป็นก้อน

ถ้าหมาท้องผูกควรให้กินน้ำเยอะๆ หมาที่กินกระดูกเยอะ

จะทำให้ท้องผูก

หมาที่ถ่ายเหลวบ่อยๆ จะทำให้มีปัญหาเรื่องท่อเหม็นที่ก้น

หมาจะเกิดอาการถูก้นไปกับพื้นแก้ด้วยการให้อาหารเม็ด

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เพื่อน . - Friday, 6 April 2007, 06:19AM
 

http://www.bangkaew.com/elearning2/mod/forum/discuss.php?d=2631

(Edited by Pingpong (-_-)/ - ศุกร์, 6 เมษายน 2007, 06:19AM)

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เพื่อน . - Friday, 6 April 2007, 06:19AM
 

http://www.bangkaew.com/elearning2/mod/forum/discuss.php?d=2631

(Edited by Pingpong (-_-)/ - ศุกร์, 6 เมษายน 2007, 06:19AM)

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เกาเหลา หมาบางซ่อน - Thursday, 22 December 2005, 12:10PM
 

เสริมอีกนิดนึงนะ

ตอนหมาอายุไม่เกิน 6 เดือน จะมีโรคต่างๆรุมเร้าเข้ามาเยอะเหลือเกิน

เพราะฉะนั้นเจ้าของหมาต้องหัดสังเกตุอาการของหมาให้เข้าใจ

เพราะการประเมินอาการของหมาผิดอาจทำให้รักษาได้ไม่ทัน

หมาที่เป็นหัดจะเริ่มจากการเป็นหวัดมีน้ำมูกย้อย ใสๆยังไม่น่ากลัว

พอเริ่มติดเชื้อจะมีอาการน้ำมูกเขียว ควรแยกขัง

หมาที่เป็นลำไส้อักเสบจะเริ่มจากถ่ายไม่หยุดเดี๋ยวถ่าย เดี๋ยวถ่าย

กินแต่น้ำเข้าไปเยอะถ่ายปี๊ด มีกลิ่นคาว ควรส่งหมอให้น้ำเกลือไปเลย 2 อาทิตย์

หมาที่เป็นพยาธิเม็ดเลือดจะซึมเอาแต่นอน กินแต่น้ำมีไข้ อุณหภูมิสูง

เบื่ออาหาร ไข้จะขึ้นๆลง ต้องพาไปเจาะดูเกร็ดเลือด

ถ้าเป็นตอนเด็กจะรักษาง่ายและมีโอกาศหายมากกว่าตอนโต

ถ้าเป็นตอนโตจะมีอาการเลือดกำเดาไหล ตัวร้อน

พาไปฉีดยาและกินยา 2 อาทิตย์ ควรกำจัดเห็บให้หมดเพราะเป็นสาเหตุของโรค

หมาที่เป็นหูอักเสบเนื่องจากไรในหูต้องใช้สำลีชุบน้ำเกลือ

ปั่นหูทุกวันจนกว่าขี้หูจะหายเหม็นหืนขี้หูจะมีสีน้ำตาลแดง

ที่ชุบน้ำเกลือเพราะถ้าใช้สำลีธรรมดาหมาจะระคายเคืองหู

และน้ำเกลือมีความเป็นกรดด่างเท่าน้ำในร่างกาย

จะไม่ทำให้หมาระคายเคือง ถ้าทำไม่เป็นก็ให้หมอหมาทำให้ดู

แต่การเช็ดหูหมาเจ้าของควรทำเองให้เป็นเพราะถ้าให้หมอทำ

หมอจะมัดปากมันก่อน ดูแล้วทรมานแทนหมามากๆ

โรคผิวหนังอักเสบ จะมีตุ่ม หรือผื่นแดงๆ ตามตัว ส่วนใหญ่จะเป็นหน้าร้อน

ให้หมากินอาหารที่มีโอเมก้ 3 6 9 หรือน้ำมันตับปลาเม็ดก็ได้

จะช่วยเรื่องขนกับผิวหนังได้

ที่เสริมในกระทู้นี้เพราะเป็นกระทู้เกี่ยวกับการเลี้ยงหมา

และคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับผู้เลี้ยงมือใหม่ทุกคน

ไม่ได้มาขโมยซีนมีเพื่อนบางแก้วนะครับ Ha Ha

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย Patchara JARUTASNANGKUL - Thursday, 22 December 2005, 09:19PM
 

น่าจะนำคู่มือการเลี้ยงของบ้านโชกุน เป็นต้นแบบในการจัดพิมพ์เพื่อแจกจ่ายให้กับมือเก่าและมือใหม่ได้ศึกษาหาความรู้ เสริมทักษะในการเลี้ยงดูที่ถูกต้อง

Simple but not easy

เลี้ยงไม่ยากแต่ที่สำคัญต้องเข้าใจเค้า จึงจะอยู่ได้ด้วยความสุขทั้งสองฝ่าย

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เพื่อน . - Friday, 6 April 2007, 06:20AM
 

http://www.bangkaew.com/elearning2/mod/forum/discuss.php?d=2631

(Edited by Pingpong (-_-)/ - ศุกร์, 6 เมษายน 2007, 06:20AM)

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย Pingpong \(-_-)/ - Friday, 23 December 2005, 05:42AM
 

เห็นด้วยกับคุณเพื่อนบางแก้ว 01-6667151 ครับที่อยากให้ทุกคนมาช่วยกันเสริมกระทู้ เพื่อนๆท่านใดมีข้อมูลเพิ่มเติมช่วยกันนำมาลงเถอะครับ

สิ่งนี้เป็นอุดมการณ์ของ Moodle หรือ ของเว็บบางแก้วนี้เลยก็ว่าได้

เวลา Moodle ให้โหวตกระทู้ต่างๆ    เขาถึงให้โหวตในลักษณะของวิธีเรียนรู้แบบแยกส่วนและเชื่อมโยง ดังรายละเอียดข้างล่าง

กล่าวสรุปง่ายๆ ก็คือ ไม่รู้แบบนี้ถูกหรือเปล่า   คนเราต้องมีจุดยืนของตัวเอง  ขณะเดียวกัน ต้องพยายามรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นให้มากเพื่อนำมาเชื่อมโยงกับความรู้หรือความคิดที่ตนเองมีอยู่ให้กว้างไกลออกไป


 

วิธีเรียนรู้แบบแยกส่วนและเชื่อมโยง

แสดงถึงการรู้แบบเชื่อมโยง ก้ำกึ่งมีทั้งรู้แบบแยกส่วนและเชื่อมโยง แสดงถึงการรู้แบบแยกส่วน

ข้อความที่โพสต์จะได้รับการจัดอันดับ ตามทฤษฏีของ separate and connected knowing  ทฤษฏีนี้อาจช่วยให้คุณมองปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ ในรูปแบบใหม่ ซึ่งแบ่งวิธีการประเมินและเรียนรู้ของสิ่งที่เห็นและได้ยิน ของมนุษย์ได้สองรูปแบบแต่ละคน จะใช้วิธีทั้งสองในปริมาณและเวลา ที่ต่างกัน ตัวอย่างต่อไปนี้ จะแสดงความแตกต่างของคนสองคน คนหนึ่งเป็น separate knower (จิม) และอีกคนหนึ่งเป็น connected knower (แมรี่)

จิมชอบที่จะไม่มีอคติ (รักษาความเป็นรูปธรรม)ให้มากที่สุด โดยพยายาม หลีกเลี่ยงความรู้สึกส่วนตัว เมื่อมีการถกปัญหากับคนอื่นที่คิดไม่เหมือนกัน จิมจะพยายามโต้เถียงยืนยันความคิดของตนเอง โดยใช้เหตุผลและหาข้อบกพร่องในความคิดเห็นของคู่สนทนา เขาจะวิจารณ์ความคิดเห็นใหม่ๆ จนกว่าจะได้ พิสูจน์จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น ตำรา อาจารย์ที่น่านับถือ หรือจากประสบการณ์ ของเขาเอง จิมคือ separate knower

แมรี่เป็นคนที่มีความรู้สึกไวต่อผู้อื่น เธอมีความสามารถในการใส่ใจรับฟัง และถามปัญหาจนกว่าเธอจะรู้สึกเข้าใจมุมมองของคนอื่น เธอเรียนรู้ด้วยการแลกเปลี่ยน ประสบการณ์และทำให้เธอได้ความรู้จากผู้อื่น ขณะพูดคุยเธอจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า และพยายามช่วยเหลือผู้อื่นโดยใช้เหตุผลและให้ข้อแนะนำ แมรี่คือ connected knower

โปรดสังเกตจากตัวอย่างที่ให้ separate knower เป็นผู้ชายและ connected knower เป็นผู้หญิง สถิติที่ได้จากการศึกษาหลายครั้งมีแนวโน้มแบบกรณีนี้ อย่างไรก็ตาม บุคคลทั่วไปก็จะอยู่ระหว่างตัวอย่างสุดขั้วทั้งสองนี้

จะเป็นการดีที่สุดหากทุกคนจะสามารถใช้วิธีคิดได้ทั้งสองวิธี เพื่อความสามัคคี และประสิทธิภาพของกลุ่มผู้เรียน

ในสถานการณ์พิเศษเช่นในกระดานสนทนาทางอินเตอร์เน็ต ข้อความ ที่โพสต์โดยบุคลหนึ่งอาจแสดงลักษณะใดลักษณะหนึ่งหรือ ทั้งสองลักษณะก็ได้ บางคนซึ่งปกติเป็นคนที่มีสัมพันธ์ดี อาจโพสต์ข้อความที่ฟังดูแปลกแยก หรืออาจเป็นทางตรงกันข้าม จุดประสงค์ของการจัดอันดับแต่ละข้อความที่ โพสต์เข้ามา โดยใช้วิธีการวัดแบบนี้ คือ

ก) ช่วยให้คิดเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ เมื่ออ่านข้อความอื่นๆ
ข) แสดงผลให้ผู้เขียนทราบว่าคนอื่นมองว่าผู้เขียนเป็นอย่างไร

ผลที่ได้ ไม่ได้ใช้ในการประเมินนักเรียน แต่จะช่วยให้นักเรียนพัฒนาการสื่อสาร และการเรียนรู้




ในกรณีที่คุณสนใจ ต่อไปนี้คือเอกสารอ้างอิง ของผู้เขียนที่เป็น ต้นแบบพัฒนาแนวความคิดนี้

  • Belenky, M.F., Clinchy, B.M., Goldberger, N.R., & Tarule, J.M. (1986). Women's ways of knowing: the development of self, voice, and mind. New York, NY: Basic Books.
  • Clinchy, B.M. (1989a). The development of thoughtfulness in college women: Integrating reason and care. American Behavioural Scientist, 32(6), 647-657.
  • Clinchy, B.M. (1989b). On critical thinking & connected knowing. Liberal education, 75(5), 14-19.
  • Clinchy, B.M. (1996). Connected and separate knowing; Toward a marriage of two minds. In N.R. Goldberger, Tarule, J.M., Clinchy, B.M. &
  • Belenky, M.F. (Eds.), Knowledge, Difference, and Power; Essays inspired by “Women’s Ways of Knowing” (pp. 205-247). New York, NY: Basic Books.
  • Galotti, K. M., Clinchy, B. M., Ainsworth, K., Lavin, B., & Mansfield, A. F. (1999). A New Way of Assessing Ways of Knowing: The Attitudes Towards Thinking and Learning Survey (ATTLS). Sex Roles, 40(9/10), 745-766.
  • Galotti, K. M., Reimer, R. L., & Drebus, D. W. (2001). Ways of knowing as learning styles: Learning MAGIC with a partner. Sex Roles, 44(7/8), 419-436.



จาก  http://www.bangkaew.com/elearning/course/scales.php?id=1&list=true&scale=1

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย Pingpong \(-_-)/ - Friday, 23 December 2005, 07:41AM
 

ตอนแรกก็เกรงใจอยู่เหมือนกัน  ว่าจะเป็นกระทู้แบบ  separate knowing  หรือเปล่า   ก็ดีใจที่ไม่เป็นอย่างที่คิด   ก็ขอเสริมความรู้ให้เป็นแบบ connected knowing  โดยขออนุญาตนำความเห็นของ Dr.Doggy มาแปะไว้ให้ถกเถียงกันต่อ


จากกระทู้  @oooo...มามี๊วินนิ่ง ชวนเมาท์ ว่าด้วยเรื่อง ยา ของคนที่สามารถใช้กับลูกๆ ได้...oooo@ [สุนัข]

    ความคิดเห็นที่ 68

    มาเริ่มที่ยาแก้เมารถก่อน  อันนี้ต่างจาก คลอเฟนนิลามีน (CPM) ครับ แต่จะถือว่าเป็นยากลุ่มแก้แพ้เหมือนกันก็ได้
    ยาแก้เมารถ คือ Dimenhydrinate ครับ จริงๆมันก็ใช้เป็นยาแก้แพ้ คลื่นไส้ อาเจียนในคน แต่เนื่องจากว่าแก้คลื่นไส้ได้ รวมถึงกินแล้วง่วงนอนก็ก็เลยใช้ประโยชน์ในแง่แก้เมารถ ยานี้ในหมาเล็กมากกินแค่ 1/4-ครึ่งเม็ดครับ หากหมาใหญ่ก็กินได้ 1 เม็ด ไม่มีโดสที่แน่นอน เพราะเรามาประยุกต์  หากกินควรกินก่อนเดินทาง 1 ชั่วโมง กินแค่วันละครั้งครับ

    วิตามิน C สรรพคุณมากมายช่วยสร้าง cells เป็น antioxidant แต่สลายตัวได้ง่าย  เราจึงไม่ค่อยเห็นยาที่ผสมวิตามินซีมากนัก ในหมากินได้ตั้งแต่ 100-500 mg วันละครั้ง แต่จะกินเพิ่มเป็น 3 เวลา ก็ได้ แต่กินมากๆระวังปัสสาวะเป็นกรดครับ  วิตามินซี ใช้ในหมา ท้องเสีย ก็ดีครับ มันสร้างเซลล์ทำให้ลำไส้ฟื้นกลับมาได้เร็ว  หรือจะกินเพื่อป้องกันหวัดก็ได้  จะไม่กินก็ได้....เรียกว่าเป็น Health supplement

    ฟูกาคา เป็นยาถ่ายพยาธิชื่อ Mebendazole 500mg ในหมากิน 22 mg/kg (1เม็ด/ 20kg) แต่ต้องกินวันละครั้ง 3 วันติดกัน ในคนมันเป็นเม็ดเคี้ยว (Chewable) เวลาให้หมาสงสัยต้องทุบก่อน
    หมาเด็กผมชอบใช้ Pyrantel มากกว่า 5 mg/kg ก็คือ 1cc/ 5kg แต่ในหมาเด็กเล็กเค้าให้เพิ่มโดสไปอีก ส่วนใหญ่หมาเด็กตัวเล็กๆมา อายุเดือนครึ่ง เราก็ให้ 0.5-1 cc ต่อตัวไปเลยครับ

    เกลือแร่ อันนี้หาซื้อตามสบาย กินตามสบายครับ กินตอนอาเจียน หรือท้องเสียนี่ช่วยได้มากครับ เอาหนึ่งซองมาละลายน้ำครึ่งแล้ว แล้วก็หมั่นป้อนให้เค้าเวลาป่วย

    ผงถ่าน หรือ Ultracarbon อันนี้เป็นถ่านคาร์บอนพิเศษ เอาไว้กินเพื่อดูดซับสารพิษและขับออกทางอุจจาระ ดังนั้นสารพิษนั้นต้องยังคงอยู่ในทางเดินอาหารนะถึงช่วยได้ ไม่ใช่ยากินยาพิษไปนานแล้ว ยาพิษก็จะดูดซึมเข้ากระเเสเลือด อันนี้ก็ถามหาเทวดาดีกว่าครับ   นอกจากดูดพิษแล้วมันดูดทุกอย่าง ดังนั้นไม่ควรกินยาอะไร หรือสารอาหารอะไรเข้าไปพร้อมมัน เพราะจะทำให้ลดประสิทธิภาพยาอื่นๆลงครับ  เวลาโดนวางยากินเข้าไปเถอะ 2-3 เม็ด จะมากกว่าก็ไม่มีผลครับ

    Amoxy,Sulfa ทั้งสองเป็นยาปฏิชีวนะ หรือฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ยาพวกนี้ให้หมอจ่ายดีกว่าครับ ผมเล่าคร่าวๆแค่นี้และกันว่า......
    Amoxy ถือว่าเป็นยาวงกว้างในการฆ่าเชื้อ แต่ก็ยังออกฤทธิ์ดีกับแบคทีเรียแกรมบวก เรามักใช้รักษาทางเดินหายใจ ปอด เป็นหลัก หรือในหมาเด็กเล็กที่ท้องเสียได้บ้างครับ  ปัจจุบันหมาเมืองกรุงก็ดื้อยา amoxy พอสมควรครับ เค้าจึงหันมาเล่น Amoxy+Clavulanic ซึ่งมีราคาแพงกว่ามากๆๆๆ แต่ทำงานได้ดีกว่า แต่ข้อเสียก็คือ แพ้น้ำกับอากาศ หากสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้นานๆ ยาจะเปลี่ยนสี และเสื่อมฤทธิ์ลงครับ dose คือ 12-25 mg/kg วันละ 2 ครั้ง

    Sulfa มีหลายตัวมากครับในกลุ่มนี้ เขียนหลายหน้าก็ไม่จบ เอาเป็นว่าหมอมักใช้ตัวนี้ในรายท้องเสีย  แต่จะรักษาทางเดินหายใจก็ได้ครับ   กินยา Sulfa ต้องกินน้ำตามมากๆ เพราะมันจะตกผลึกในไตได้ครับ ปัจจุบันหมอก็ใช้น้อยลงนะครับ เพราะมันก็ดื้อพอสมควร

    Norflox อันนี้การทำงานคล้าย Sulfa แต่ดีกว่า เป็นที่น่าใช้กว่า แต่ก็ไม่ควรใช้ในหมาเด็ก เพราะมีผลต่อกระดูก แต่ผมก็ใช้....ยิ้ม เพราะว่าเท่าที่คุยกับหมอเด็กในคนหลายๆท่าน รวมทั้งเภสัช เค้าก็จ่ายกันนะ แต่มีไรหมอรับผิดชอบ หากหมอไม่ได้จ่ายนานเกิน 10 วัน และ ใช้ใน dose ที่เหมาสม ปัญหาก็ไม่เกิดครับ  dose คือ 22 mg/kg กินวันละ 2 ครั้งครับ

    Erfuzife เป็นยา Nifuroxazide เป็นยาแก้ท้องเสียในคน ไม่มีโดสในหมาครับ รู้แค่ว่าในคนกินวันละ 1-2 capsules วันละ 4 ครั้ง   ส่วนตัวหากท้องเสีย ผมว่า norflox ดีกว่า

    Tiffy แผงสีเขียว อันนี้จำตัวยาไม่ได้ แต่พอจำได้ว่า มี พารา  ยาคลอเฟนแก้แพ้ และอีกตัวนึงจำไม่ได้ ที่เคยถอนสูตรรึไงเนี่ย นึกไม่ออก ........สำหรับผมๆเรียกใช้ยาเป็นตัวๆไป ผมเลยไม่ค่อนนึกถึง Tiffy ครับ

    ยาหลายตัวมีประโยชน์ ก็มีโทษมหันต์ โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อ (แต่คนทั่วไปชอบเรียก ยาแก้อักเสบ) การให้ยาเองจึงควรระวังให้ดี ผมเขียนโดสยาให้ ไม่ได้หมายความว่ารู้เเล้วเอาไปจ่ายเอง  ยังไงก็ให้หมอจ่ายดีกว่า บอกโดสเผื่อว่าอยากรู้ว่าหมอที่รักษาหมาเรามั่วยามารึเปล่า (แบบผมโดน)
    ไม่ใช่ว่ายาทุกตัวเข้ากันได้ เสริมฤทธิ์กันได้เสมอไป บางตัวอาจเข้ากันไม่ได้ การให้ยาฆ่าเชื้อ ยาฆ่าเชื้อ แต่ละตัวก็ไม่ได้ทำงานเหมือนๆกัน ดังนั้นหมอจะต้องระลึกว่า ตอนนี้เป็นไร น่าจะเป็นเชื้อตัวไหน แกรมลบ แกรมบวก ใช้ออกสิเจน หรือไม่ใช้ออกสิเจน ยาไปจับกับไรโบโซมที่ตำแหน่งไหน จับที่เดียวกันก็แย่งกัน ยาก็ฤทธิ์น้อยลง โอ๊ย....คิดมาก เรียนมาหลายปี สิ่งเหล่านี้ถึงจะถูกกรองออกมาจากสมอง ออกมาเป็นยาจ่าย มันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจ่ายยาเองเสมอไปครับ หากเราไม่ใช่หมอ หรือเภสัช และยิ่งตอนนี้เราพูดถึงยาสัตว์ด้วยแล้ว มันมีปลีกย่อยอีกมากครับ  ยังไงผมก็ฝากด้วยแล้วกัน และก็ขออย่าให้หมาของทุกท่านเจอหมอจ่ายยามั่วๆเหมือนที่หมาผมเจอนะครับ


    จากคุณ : doggy (Dr. Doggy) - [ 20 ธ.ค. 48 18:44:43 ]

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย ศุภชัย คงกฤตยาพันธ์ - Friday, 23 December 2005, 07:18AM
 

พี่เพื่อนบางแก้วครับ ผมอยากลองเปลี่ยนมาให้ลูกสาวผมกินอาหารเม็ดบ้าง ผมเลยอยากทราบว่า อาหารเม็ดยี่ห้อ กัสโต้,ด็อกกิ๊น และ นรูทราโกล หาซื้อได้ที่ไหนบ้างครับ ผมลองดูแถวบ้าน (จรัญฯ 37) ไม่มีขายครับ  จะลองซื้อมาให้เค้ากินดูครับ ถ้าชอบเวลาพวกผมไปไหนทั้งวันจะได้ไม่ห่วงเรื่องอาหารการกินครับ ลูกสาวผมชอบกินที่เป็นของคนกินนะครับ

ขอบคุณครับ

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เพื่อน . - Friday, 6 April 2007, 06:21AM
 

http://www.bangkaew.com/elearning2/mod/forum/discuss.php?d=2631

(Edited by Pingpong (-_-)/ - ศุกร์, 6 เมษายน 2007, 06:21AM)

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เกาเหลา หมาบางซ่อน - Friday, 23 December 2005, 11:27AM
 

อาหารหมาก่อนซื้อลองเอามาดมกลิ่นดูก็ได้นะครับ

อาหารหมาชั้นดีจะมีกลิ่นคาว คล้ายกลิ่นปลาทูน่า

แต่อาหารหมาชั้นแย่จะมีแต่กลิ่นข้าว กับกระดูกป่น

กลิ่นเป็นตัวที่ดึงดูดให้หมากิน

หมาที่บ้านจะเลือกกินอาหารเม็ดมากๆ

แต่ที่ราคาถูกและหมากินก็คือ DOG N JOY

แต่หมาที่บ้านที่เป็นหมาไทยกินเข้าไปแล้วดึกๆจะอ้วกออกมา

อันนี้ยังหาสาเหตุไม่ได้เหมือนกัน แต่บางแก้วกินแล้วไม่อ้วก

สงสัยจะมีปัญหาเรื่องการย่อย แต่มันก็กินอ้วกมันกลับคืนไปอีก - -'

ที่สำคัญควรซื้อถุงเล็กมาให้หมาลองกินก่อนนะครับ

ค่อยตัดสินใจซื้อถุงใหญ่ทีหลัง

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย นิวัต เจริญชล - Tuesday, 27 December 2005, 12:42PM
  ขออนุญาต นำกระทู้นี้ขึ้นไว้หน้าหนึ่ง ตลอดไปนะครับ....เพื่อให้ผู้ที่สนใจและผู้เลี้ยงมือใหม่ สามารถที่จะเห็นและอ่านได้ง่ายๆ ช่วยกันเผยแพร่วิธีเลี้ยงเบื้องต้น ที่ถูกต้องให้กับผู้เลี้ยงมือใหม่ทุกๆ ท่าน

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย Pingpong \(-_-)/ - Tuesday, 27 December 2005, 07:59PM
 

ใส่ไว้เป็นรายวิชาหนึ่งให้แล้ว ที่ http://www.bangkaew.com/elearning/course/category.php?id=2

อยากให้บรีดเดอร์หรือแฮนด์เลอร์มาแนะนำวิธีการจูงการฝึกสุนัขเพื่อเข้าประกวดด้วย  เผื่อจะได้มีสมาชิกมาร่วมสร้างสีสันในการประกวด กรู๊ป ๕ FCI  นำบางแก้วสู่สากลมากขึ้น

ช่วยตั้งกระทู้ใหม่ได้เลยครับ

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เพื่อน . - Friday, 6 April 2007, 06:22AM
 

http://www.bangkaew.com/elearning2/mod/forum/discuss.php?d=2631

(Edited by Pingpong (-_-)/ - ศุกร์, 6 เมษายน 2007, 06:22AM)

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เพื่อน . - Friday, 6 April 2007, 06:23AM
  http://www.bangkaew.com/elearning2/mod/forum/discuss.php?d=2631

(Edited by Pingpong (-_-)/ - ศุกร์, 6 เมษายน 2007, 06:23AM)

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย ไตรสิทธิ์ . - Thursday, 29 December 2005, 08:28AM
 

กระทู้ตกจากหน้า 1 เร็วนะ  จะเพิ่มจำนวนกระทู้ในหน้า 1 ก็กลัวเว็บอืด

อาจต้องใช้วิธีลิงค์ไปยังคำถามที่เกี่ยวข้อง   เผื่อคนที่มีปัญหาจะได้ตามมาดูถูก   และบางท่านอาจแสดงความเห็นเพิ่มเติมได้   จะไม่ย้ายไปกระดานอื่นที่ปิด

เรื่องการฝึกสุนัขเพื่อจูงประกวดนั้น ถ้าเขียนบรรยายไม่ถูก  ขอเป็นการบรรยายพร้อมสาธิตให้ดูได้ไหม    จำได้ว่า  หลายท่านพยายามนัดให้เกิดกิจกรรมนี้ขึ้นตั้งแต่สมัยเว็บคุณโป๋   แต่ก็เงียบหายไป

ลองหาผู้ช่วยจัดสักครั้ง  น่าจะมีคนสนใจเยอะนะ   หรือจัดร่วมกับชมรมไทยบางแก้วก็ดีนะ    จะได้มีโอกาสสร้างความกลมเกลียวและความเข้าใจ   ฝากรองประธานฝ่ายวิชาการ ช่วยพิจารณาด้วยครับ

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย ไตรสิทธิ์ . - Thursday, 29 December 2005, 05:19PM
 

เจอบทความที่น่าสนใจในเพ็ทนิวส์     ขออนุญาตคุณสุริยาและหมอนิสิตมาเผยแพร่ในกระทู้นี้หน่อยละกัน

หมอนิสิตแนะนำว่า  ไม่ควรเร่งการเจริญเติบโตของลูกสุนัขมากเกินไป   อาจทำให้เป็นโรคข้อกระดูกสะโพกห่างได้  และพื้นที่ใช้เลี้ยงลูกสุนัขก็อย่าให้เป็นพื้นลื่น

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย ไตรสิทธิ์ . - Thursday, 29 December 2005, 05:22PM
 

และมีโอกาสถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ถึง 50 %   

http://www.bangkaew.com/upload/petnews/DSC02952x.JPG

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย อรรถพร คำด้วง - Friday, 30 December 2005, 10:01AM
 

คือว่าผมเคยเลี้ยงบางแก้วมาแล้วสัก5ปีได้ และได้หยุดเลี้ยงไปเนื่องจากเรื่องงานที่ไม่อำนวยให้เลี้ยง

ตอนนี้กำลังจะกลับมาเลี้ยงอีกครั้งเลยได้เที่ยวดูเขาประกวดกันว่าตอนนี้บางแก้วที่สวยๆเป็นอย่างไร และล่าสุดไปดูที่สวนสามพราน เห็นบางแก้วสวยๆมาอวดโฉมหลายตัว เห็นแล้วยิ่งอยากกลับมาเลี้ยงอีกครั้ง

คราวนี้จะเอาคุณภาพล้วนๆจะเลี้ยงน้อยๆตัวเลยอยากถาม คุณเพื่อนบางแก้ว ว่า

ตอนนี้ราคาของบางแก้วที่สวยๆเอาเกรดประกวดนะครับ เลี้ยงทั้งทีเอาแบบดีๆไปเลย

เคยเลี้ยงเฝ้าบ้านเฝ้าสวนมานาน มาครั้งใหม่ต้องสวย เริด

ยังไงช่วยตอบด้วยนะครับผมขอบคุณล่วงหน้า

หรือมีข้อแนะนำอย่างไรก็บอกได้เลยนะครับ

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย มะกรูด คหบดินทร์ - Friday, 30 December 2005, 10:13AM
 

ขอถามคุณอาเกาเหลาและคุณอาเพื่อนบางแก้วค่ะ

น้องหมาของหนูอายุขวบกว่า แต่มีโรคประจำตัวคือโรคผิวหนังค่ะ หาหมอหลายครั้งก็ไม่หายขาดซักที  โดยบริเวณที่เป็นมากคือกลางหลังและหาง เมื่อแหวกขนรอบๆดูจะเป็นวงกลมราวเหรียญบาท บริเวณนั้นจะไม่มีขน และผิวหนังแห้งเป็นสะเก็ดขาวๆ รอบๆวงเป็นสีแดง  เวลาทายาให้ น้องหมาจะคันยิกๆเลยค่ะ  หนูทดลองยาหลายขนานแล้ว ก็ไม่หายซักที  ช่วยด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เกาเหลา หมาบางซ่อน - Friday, 30 December 2005, 10:24AM
 

แผลแบบนี้น่าจะเกิดจากการเกาอย่างเมามันส์ของหมา

หมาที่เป็นลักษณะที่ว่าจะเป็นหมาที่อ้วนและขนเยอะ

คุณลองเปลี่ยนอาหารเป็นสูตรอาหารเม็ดอย่างเดียว

กินน้ำมันตับปลาเสริม อาบน้ำบ่อยแต่ไม่ใช่ทุกวันนะ

เวลาเจอแผลที่ว่าให้เอายาแก้คันทาที่เป็นครีมน่ะ

พยายามพาหมาไปอกกำลังกายด้วยนะครับ

เพราะหมาที่เครียดจะชอบแทะตัวเอง

มียาอยู่ตัวนึงเป็นกัมมะถันเอาไว้คลุกข้าวให้หมากิน

ช่วยรักษาเรื่องเห็บกับเรื่องขนด้วยครับ

ผมลืมไปแล้วว่าเขาเรียกว่าอะไร

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย มะกรูด คหบดินทร์ - Friday, 30 December 2005, 10:40AM
  ขอบคุณคุณอาเกาเหลาค่ะ  แต่อาการน้องหมาของหนูไม่น่าจะเกิดจากการเกานะคะ เพราะมักเป็นกลางหลังซึ่งเกาไม่ถึงค่ะ และก็ไม่มีเห็บหมัดด้วยค่ะ ส่วนอาหารก็กินอาหารเม็ดกับปลากระป๋องค่ะ และอาบน้ำเดือนละ 4-6 ครั้งค่ะ  และหนูขอถามอีกข้อนะคะว่าเวลาทายาแต่ละครั้งหนูต้องเช็ดที่แผลก่อนทายาครั้งใหม่หรือไม่คะ  ช่วยแนะนำยาดีที่เห็นผลด้วยนะคะ  ขอบคุณค่ะ
ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เพื่อน . - Friday, 6 April 2007, 06:24AM
 

http://www.bangkaew.com/elearning2/mod/forum/discuss.php?d=2631

(Edited by Pingpong (-_-)/ - ศุกร์, 6 เมษายน 2007, 06:24AM)

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย มะกรูด คหบดินทร์ - Friday, 30 December 2005, 12:03PM
 

ขอบคุณคุณอาเพื่อนบางแก้วค่ะ น้องหมาของหนูขนร่วงเป็นวงกลมๆ คล้ายเหรียญบาท แต่ลักษณะของขนที่ตัวก็ดูเป็นเงาดีนะคะ  และวงๆเนื้อในบริเวณนั้นบางทีก็เป็นสีแดงอมชมพูค่ะ และถ้าทายาให้น้องหมาก็คันยิกๆค่ะ แต่ไม่มีน้ำเยิ้มๆค่ะ  จะดูแห้งๆเป็นคล้ายรังแคค่ะ เวลาหวีขนก็จะมีสะเก็ดขาวๆร่วงติดมาด้วยค่ะ  ต้องใช้ยาอะไรทาค่ะ และทาบ่อยและนานแค่ไหนถึงจะหายคะ  รบกวนตอบด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ 

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย carnivore ...The Alpha Wolf - Friday, 30 December 2005, 02:02PM
 

ตอบคุณ เพื่อนบางแก้วค่ะ........เห็น หนูมะกรูด แกบอกว่า..**น้องหมาของหนูขนร่วงเป็นวงกลมๆ คล้ายเหรียญบาท แต่ลักษณะของขนที่ตัวก็ดูเป็นเงาดีนะคะ  และวงๆเนื้อในบริเวณนั้นบางทีก็เป็นสีแดงอมชมพู**

ยาสมุนไพร ที่ป้าวิทำเอาไว้ใช้ประจำบ้าน  หลักๆก็ใช้  กำมะถัน  ผงขมิ้น  ผงไพล  ปริมาณ ไม่ค่อยแน่นอน  ใช้กำมะถันมากหน่อย สมมุติสัก 10 ส่วน ผงขมิ้นสัก 3 ส่วน ผงไพลสัก 1 ส่วน  (ยืดหยุ่นได้ค่ะ)  เอามาร่อนรวมกันให้แตกตัวเป็นผงละเอียด   ร่อนสัก 2-3 ครั้งจนเข้ากันดี   ค่อยๆแบ่งออกมา กวนกับน้ำมันมะพร้าว  จนมีลักษณะเป็นเนื้อครีมพอทาติดผิวหนังได้   กวนไว้ทีละนิดหน่อยใส่กระปุกไว้ พอใช้สัก 4-5 วัน   ถ้าเนื้อยาแห้งไปก็ค่อยๆเติมน้ำมันมะพร้าวได้เรื่อยๆค่ะ        ถ้ากวนไว้ทีละเยอะๆ  มันจะนอนก้น พอจะใช้ทีก็ต้องกวนทุกทีทั้งกระปุกใหญ่ต้องใช้แรงเยอะ  กวนกันปวดแขนเลย

สภาพหมาที่รับมา  มีแผลเป็นวงตามตัวและหางไม่มีขนเลย  ในรูปเริ่มทายาให้สัก 1 อาทิตย์  ยังเห็นแผลที่หลังอยู่


ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย carnivore ...The Alpha Wolf - Friday, 30 December 2005, 02:15PM
 

เวลาจะใช้ยา   ใช้แปรงทาสี (ขนาดตามสัดส่วนของแผลและขนาดตัวของหมา)  ตัดขนแปรงให้สั้นลงเพื่อให้มีความแข็ง   ใช้แปรงทาสีจุ่มยาทาให้ทั่วบริเวณ  ที่ป็นโรคผิวหนัง  ให้เกินออกมานอกบริเวณโดยรอบด้วย

อย่างนายแบบตัวนี้ ใช้แปรงทาสี ขนาด สี่นิ้ว  ทากว่าจะทั่วตัวก็เมื่อยแหละค่ะ รูปนี้ตอนที่หายดีแล้ว 


ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย carnivore ...The Alpha Wolf - Friday, 30 December 2005, 02:21PM
 
เปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ท่าเดียวกัน  ก่อนใช้  กับ  หลังใช้  ยาสมุนไพรทาผิวหนังค่ะ
ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย carnivore ...The Alpha Wolf - Friday, 30 December 2005, 02:27PM
 

ลิ้งค์วิธีทำน้ำสกัดชีวภาพใช้เองค่ะ

http://www.pantown.com/group.php?id=322

ดูที่หัวข้อ  เชพเพอดกับเกษตรธรรมชาติ  ด้านซ้ายมือค่ะ

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เพื่อน . - Friday, 6 April 2007, 06:26AM
 

http://www.bangkaew.com/elearning2/mod/forum/discuss.php?d=2631

(Edited by Pingpong (-_-)/ - ศุกร์, 6 เมษายน 2007, 06:26AM)

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย carnivore ...The Alpha Wolf - Friday, 30 December 2005, 05:13PM
 

ยาฆ่าเชื้อราที่คุณ เพื่อนบางแก้ว บอกมา คือ ตัวยา  คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) มีทั้งยากิน  ยาทา  และแชมพูค่ะ   แต่ ระวังข้อจำกัดในการใช้ยากิน  ต้องปรึกษาหมอก่อน ค่ะ  ส่วนยาทา  และยาสระล้างหรือแชมพู ก็ทำตามฉลากยาข้างขวดข้างกล่องค่ะ

ก่อนใช้ คีโตโคนาโซล  ควรฟอกล้างบริเวณที่เป็นโรคผิวหนัง ด้วยยาฟอกฆ่าเชื้อ เช่น  คลอร์เฮกซิดีน(ในตลาดมีขายชื่อ เบคลอร์ เป็นน้ำยาสีแดง)  และตัดขนรอบๆบริเวณให้สั้นๆ จะได้ทำความสะอาดและทายาได้ง่าย      ต้องล้างยาฟอกฆ่าเชื้อออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดจริงๆ   ถ้าตกค้างอยู่จะระคายเคืองผิวหนัง   เมื่อทำความสะอาด  ซับให้แห้งแล้ว  เช็ดด้วยยาฆ่าเชื้อให้ทั่วและโดยรอบบริเวณเป็นวงกว้างอีกครั้งก่อน  จึงทายา บางๆให้ทั่ว

ยากินสำหรับฆ่าเชื้อรานั้น ความจริงมีหลายตัวค่ะ   แต่ป้าวิไม่กล้าบอก เพราะไม่ใช่หมอ    และประสบการณ์น้อยจริงๆในเรื่องนี้  อย่างที่บอกไว้  ว่าตัวเองมักใช้วิธีแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน   ช้าหน่อย แต่ปลอดภัยและได้ผลแน่นอน

น้ำส้มแอปเปิ้ล  เป็นน้ำสกัดชีวภาพอย่างหนึ่ง  ซึ่งมีมาตรฐานการผลิตสูง  ปลอดภัย ไว้ใจได้ มากกว่าน้ำสกัดชีวภาพทั่วไปที่มีขายในตลาด ซึ่งส่วนใหญ่ใช้สำหรับภายนอก เช่นใช้ราดตัวรักษาโรคผิวหนัง  ใช้กำจัดกลิ่น  หรือใช้เป็นปุ๋ยชีวภาพ ฯลฯ    แต่น้ำส้มแอปเปิ้ล  ใช้กินได้ด้วยค่ะ   ปกติเป็นน้ำส้มสำหรับผู้รักสุขภาพ  ใช้ในการทำอาหาร  เช่นทำน้ำสลัด  หรือปรุงรสอาหาร

เบทาดีน  เป็นยาฆ่าเชื้อ  จะเรียกว่ายาใส่แผลสด ก็คงใช่มังคะ เพราะที่เราใช้เบทาดีน ใส่แผล  ก็เพื่อป้องกันการติดเชื้อ     และที่ แผลหายได้ก็เพราะแผลมันไม่ติดเชื้อ..ไม่ใช่เพราะยาไปทำให้แผลมันหายได้.....พูดไปพูดมาชักงง

ถามมาได้เลยค่ะ  ตอบได้ก็ตอบทุกอย่างค่ะ ตอบเองไม่ได้ก็จะพยายามไปเปิดตำรามาตอบ   และยังมีผู้รู้หลายท่านที่จะช่วยกันเข้ามาตอบค่ะ

รูปอดีตหมาขี้เรื้อนที่ไปรับมาเลี้ยง  ปัจจุบันถึงจะแก่แต่ยังหล่อ

 


ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย มะกรูด คหบดินทร์ - Wednesday, 4 January 2006, 09:36AM
 

เรียนถามคุณป้าวิค่ะ

1. “ใช้แปรงทาสี ตัดขนแปรงให้สั้นลงเพื่อให้มีความแข็ง ใช้แปรงทาสีจุ่มยาทาให้ทั่วบริเวณ ที่เป็นโรคผิวหนัง ให้เกินออกมานอกบริเวณโดยรอบด้วย” การใช้แปรงที่มีความแข็งจะไม่ทำให้ผิวหนังน้องหมาถลอกหรือคะ ทุกวันนี้หนูใช้นิ้วมือจุ่มยาแล้วทาถูบริเวณแผลค่ะ

2. “ควรฟอกล้างบริเวณที่เป็นโรคผิวหนัง ด้วยยาฟอกฆ่าเชื้อ เช่น คลอร์เฮกซิดีน” ต้องฟอกล้างทุกครั้งที่ทำแผลหรือไม่คะ หรือว่าฟอกล้างเฉพาะเวลาอาบน้ำ

หนูขอสรุปความตามที่หนูเข้าใจนะคะ ถ้าผิดพลาดตรงไหน คุณป้าวิช่วยแนะนำด้วยนะคะ

เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หนูจะเช็ดแผลด้วยน้ำสกัดชีวภาพ (ที่เป็นสีน้ำตาลดำ หนูซื้อมาจากกลุ่มคนที่บอกว่าหาทุนให้สุนัข) โดยหนูจะผสมน้ำให้เจือจางหน่อยก่อน จากนั้นหนูจะซับให้แห้ง แล้วเช็ดแผลด้วยเบตาดีนอีกครั้ง แล้วจึงทาด้วยยาเพ็นนิโซโลนเอ็นครีม ทำอย่างนี้วันละ 2 ครั้ง แล้วหนูจะผสมน้ำส้มแอปเปิ้ลลงในอาหารให้ทานวันละครั้ง อย่างนี้ใช้ได้ไหมคะ แล้วจะเห็นผลภายในกี่วันคะ ขอบคุณค่ะ

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย oak _bangkaew - Friday, 6 January 2006, 09:22AM
 

ผมขอขุดกระทู้นี้นะครับเนื่องจากตอนนี้มีมือใหม่หัดปวดหัวดูเวปเราเยอะ


ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย oak _bangkaew - Friday, 9 February 2007, 04:19PM
 

ขออัพอันนี้ด้วยเลยละกันครับ


ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย อนุวัฒน์ กุลสอน - Saturday, 10 February 2007, 11:55AM
 

                นี่แหละครับ..........คำนิยามของ  "จรรยาบรรณ"   ยกย่องเชิดชู  สมควรได้รับการสนับสนุน  นับว่าเป็นประโยชน์ต่อเจ้าสุนัข  สายพันธ์บางแก้วเราโดยตรงเลย

                แล้วทำจะช่วยกันส่งเสริม  เผยแพร่ สู่สังคมวงกว้าง เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีกันได้อย่างไร........คงต้องหวังจากเพื่อนสมาชิกทุกท่าน  ต้องพยายามทำความเข้าใจ  และช่วยกันเผยแพร่ แบบเล่าสู่กันฟังก่อน เพราะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ในการประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่ และสร้างทัศนคติที่ดี  ให้สังคมได้รู้จักบางแก้วเรา...........อย่าให้เหตุผลเพียงว่า....บางแก้วดุ  มาทำลาย สายพันธุ์สุนัขดีๆ ของไทยเรา ให้ตกต่ำ ไร้ค่า.....ปัจจุบัน ค่านิยมเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์เทศ เข้ามามีบทบาทสูง ทั้งๆที่ของเราก็มีดี  แต่ใช้กันไม่เป็น  สักวันหากสุนัขเทศเหล่านั้นแสดงสัญชาติญาณที่ไม่ดีออกมา  แล้วค่อยหันมาเหลียวแลบางแก้วเรา   ถึงตอนนั้นอาจไม่มีบางแก้วแท้ๆ ไว้ได้ชื่นชม   หันมาร่วมมือกัน  สร้างสรรค์โดยไม่หวังสิ่งใด  นอกจากพัฒนาสายพันธุ์ให้บางแก้วยั่งยืน เป็นที่ยอมรับกันดีกว่า............................นายเก้าล้าน

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย wanchai lumpu - Sunday, 25 February 2007, 10:55AM
  ของดีที่ควรอ่านและควรทำครับ
ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย wanchai lumpu - Thursday, 1 March 2007, 12:46AM
  up ครับ มือใหม่ควรอ่านครับของดีครับ
ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย carnivore ...The Alpha Wolf - Friday, 30 December 2005, 01:14PM
 

ขอแจม..ให้เป็นทางเลือกในการรักษาโรคผิวหนังด้วยวิธีธรรมชาติค่ะ

ลักษณะอาการ  ที่ ผิวหนังเป็นแผลเป็นวงกลมๆแบบที่บอกมา  น่าจะเป็น โรคผิวหนังที่เรียกว่า Ringworm (หมอก็เรียกทับศัพท์ว่าริงเวิร์ม เลยไม่ทราบชื่อเป็นภาษาไทยค่ะ)  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา  โดยทั่วไปจะใช้ยากินเพื่อฆ่าเชื้อรา ซึ่งจะได้ผลดีกว่า  แต่ก็มีผลข้างเคียงที่อันตรายมากเหมือนกัน   

ดังนั้น  จึงควรใช้วิธี ลดความระคายเคืองที่ผิวหนังภายนอก  โดยการทำความสะอาดผิวหนังบริเวณนั้นวันละ 2-3 ครั้ง ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่นเบทาดีน  และทาพอกด้วยยาประเภทสมุนไพรที่มีฤทธิ์ ลดการอักเสบ  เช่น เสลดพังพอน   ใบพลู  ผงไพล  และขมิ้น ฯลฯ 

หมาที่บ้านจะรักษาโรคผิวหนังแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน    ด้วยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติซึ่งอาจจะใช้เวลานานกว่า แต่ได้ผลในระยะยาว   โดยทำความสะอาดผิวหนังโดยเฉพาะบริเวณที่มีอาการ  ด้วยน้ำสกัดชีวภาพผสมน้ำ   ให้เข้มข้นหรือเจือจางตามความรุนแรงของโรคผิวหนังที่เป็นอยู่  ทำทุกวันอาการจะค่อยทุเลาลง  และช่วยลดอาการคันได้ด้วย   ที่สำคัญ  ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย

น้ำสกัดชีวภาพทำเองได้ไม่ยาก   แต่ก็มีแบบสำเร็จรูป  ที่ใช้ได้ทั้งผสมน้ำกิน   ใส่ลงในมื้ออาหาร  และผสมน้ำราดตัวหมา  ที่สะอาด ปลอดภัยและได้ผลดีมากคือ  น้ำส้มแอปเปิ้ล ( Apple Cider Vinegar  with the mother)  มีขายตามร้านขายอาหารสุขภาพ(สำหรับคน)ทั่วไป

ข้อที่ควรระวังคือ  ถ้าเป็นโรคผิวหนังจากเชื้อรา  เป็นโรคที่ติดต่อกันได้   สปอร์ของเชื้อราก็จะปลิวกระจายไปได้ทั่วบริเวณ  เวลาหมาเกา หรือสะบัดตัว  ถ้ารักษาแต่ที่ตัวหมาอย่างเดียว    ก็ไม่มีทางหายขาด เพราะเชื้อราจะสามารถกลับมาเจริญเติบโตบนตัวหมาได้อีก 

ดังนั้น การรักษา  ต้องจำกัดบริเวณหมา  และจัดการทำความสะอาดบริเวณอื่นๆรอบบ้านด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อให้ทั่ว  อาจต้องทำซ้ำ2-3 ครั้ง   ขณะเดียวกัน ก็ราดน้ำผสมน้ำสกัดชีวภาพเพื่อฆ่าเชื้อที่ตัวหมา ให้เป็นประจำสม่ำเสมอ

   


ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เพื่อน . - Friday, 6 April 2007, 06:25AM
 

http://www.bangkaew.com/elearning2/mod/forum/discuss.php?d=2631

(Edited by Pingpong (-_-)/ - ศุกร์, 6 เมษายน 2007, 06:25AM)

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย เพื่อน . - Friday, 6 April 2007, 06:25AM
  http://www.bangkaew.com/elearning2/mod/forum/discuss.php?d=2631

(Edited by Pingpong (-_-)/ - ศุกร์, 6 เมษายน 2007, 06:25AM)

ตอบ: คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว
โดย มะกรูด คหบดินทร์ - Friday, 30 December 2005, 01:54PM
 

ขอบคุณคุณป้าวิและคุณอาเพื่อนบางแก้วค่ะ

ขอตอบคำถามคุณอาก่อนนะคะ ที่ถามว่าขนแห้งและหยาบกระด้างหรือไม่  ถ้าขนไม่เปียกน้ำก็ต้องแห้งอยู่แล้วไม่ใช่หรือคะ  แต่ขนน้องหมาก็ดูเงางามดีค่ะ เพราะฉะนั้นขนน้องหมาหนูน่าจะเรียกว่าแห้งแต่ไม่หยาบกระด้างค่ะ

คุณป้าวิคะ น้ำสกัดชีวภาพกับน้ำส้มแอปเปิ้ล ( Apple Cider Vinegar  with the mother)  เหมือนกันมั๊ยคะ แล้วเวลาซื้อต้องบอกคนขายว่าอย่างไรคะ  และใช้กินหรือทาหรืออาบคะ 

แล้วที่คุณป้าบอกว่ายากินเพื่อฆ่าเชื้อรามีผลข้างเคียงที่อันตรายมาก  ยาที่ว่าชื่ออะไรคะ ซื้อที่ไหน และผลข้างเคียงคืออะไรคะ   แล้วยาเบตาดีนเป็นยาฆ่าเชื้อหรือคะ หนูรู้แต่ว่าใช้ทาแผลสด

หนูมีหลายคำถาม อย่าเบื่อหรือรำคาญหนูซะก่อนนะคะ  ขอบคุณมากๆค่ะ